รายงาน เรื่อง ผลการสํารวจภาวะการรู้หนังสือของคนไทย ปี 2568 โดย สํานักงานเลขาธิการสภาการศึกษา และกรมส่งเสริมการเรียนรู้ ตุลาคม 2568 ผลการสํารวจภาวะการรู้หนังสือของคนไทย ปี 2568 สิ่งพิมพ์ สกศ. อันดับที่ 6/2569 ISBN ( E - Book ) 978 - 616 - 270 - 546 - 5 พิมพ์ครั้งที่ 1 มกราคม 2569 ผู้จัดพิมพ์เผยแพร่ สํานักงานเลขาธิการสภาการศึกษา 99/20 ถนนสุโขทัย เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร 10300 โทรศัพท์ 02 668 7123 Website: http://www.onec.go.th สํานักงานเลขาธิการสภาการศึกษา ผลการสํารวจภาวะการรู้หนังสือของคนไทย ปี 2568 กรุงเทพฯ : 2568 6 6 หน้า ISBN ( E - Book ) : 978 - 616 - 270 - 546 - 5 1. ผลการสํารวจภาวะการรู้หนังสือของคนไทย 371.072 ส691ผ ก ข ค ง คํานํา การรู้หนังสือของประชากรเป็นรากฐานสําคัญของการพัฒนาประเทศ ทั้งในมิติของการพัฒนาทุนมนุษย์ การยกระดับคุณภาพชีวิต และการเสริมสร้างความสามารถในการแข่งขันของประเทศในระยะยาว ในบริบท ของสังคมไทยที่กําลังก้าวเข้าสู่สังคมสูงวัย เผชิญการเปลี่ยนแปลงของโครงสร้างเศรษฐกิจ ตลาดแรงงาน และรูปแบบ การสื่อสารในยุคดิจิทัล การทําความเข้าใจสถานการณ์การรู้หนังสือของประชากรอย่างรอบด้านและทันสมัย จึงมีความจําเป็นอย่างยิ่ง รายงานผลการสํารวจภาวะการรู้หนังสือของคนไทย ปี 2568 ฉบับนี้ จัดทําขึ้นโดยสํานักงานเลขาธิการ สภาการศึกษา ร่วมกับกรมส่งเสริมการเรียนรู้ เพื่อตอบโจทย์ความจําเป็นในการมีข้อมูลเชิงประจักษ์ที่น่าเชื่อถือ เกี่ยวกับความสามารถในการอ่าน การเขียน และการคํานวณของประชากรไทย โดยเฉพาะประชากรอายุ 15 ปีขึ้นไป ทั้งในภาพรวมระดับประเทศและในระดับพื้นที่ ซึ่งสามารถนําไปใช้เป็นฐานข้อมูลอ้างอิงทั้งในเชิงนโยบาย ภายในประเทศ และในการสื่อสารกับเวทีระหว่างประเทศ การสํารวจครั้งนี้ดําเนินการครอบคลุมทุกตําบล ทุกอําเภอ และทุกจังหวัดทั่วประเทศ ใช้วิธีการเก็บข้อมู ล จากครัวเรือนและประชากรกลุ่มตัวอย่างขนาดใหญ่ เพื่อให้ได้ผลการสํารวจที่สะท้อนสถานการณ์จริงของประเทศ อย่างรอบด้าน นอกจากการนําเสนอผลการวิเคราะห์เชิงสถิติแล้ว รายงานฉบับนี้ยังให้ความสําคัญกับการตีความ ข้อมูลเชิงลึก และการสังเคราะห์ข้อค้นพบที่สะท้อนมิติทางสังคม เศรษ ฐกิจ และโครงสร้างประชากร ซึ่งเป็น ปัจจัยสําคัญที่ส่งผลต่อภาวะการรู้หนังสือของคนไทยในปัจจุบัน รายงานฉบับนี้ไม่ได้มุ่งนําเสนอข้อมูลเพื่อสะท้อนสถานการณ์เพียงอย่างเดียว หากแต่มีเป้าหมายสําคัญ ในการเชื่อมโยงข้อค้นพบจากการสํารวจไปสู่ข้อเสนอเชิงนโยบายที่สามารถนําไปใช้ประโยชน์ได้จริง โดยเฉพาะ การลดภาวะการไม่รู้หนังสือในกลุ่มประชากรเฉพาะ การส่งเสริมการรู้หนังสือเชิงการใช้งานจริง การเรียนรู้ตลอดชีวิต และการลดความเหลื่อมลํ้าเชิงพื้นที่และเชิงสังคม เพื่อสนับสนุนการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน สํานักงานเลขาธิการสภาการศึกษาขอขอบคุณกรมส่งเสริมการเรียนรู้ (สกร.) และเครือข่ายบุคลากร ในระดับพื้นที่ทุกระดับ ที่มีบทบาทสําคัญในการดําเนินการเก็บรวบรวมข้อมูลการสํารวจภาวะการรู้หนังสือของประชากร อย่างครอบคลุมและทั่วถึง ความร่วมมือ ความทุ่มเท และความรับผิดชอบของครูและเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ทั่วประเทศ เป็นปัจจัยสําคัญที่ทําให้การสํารวจครั้งนี้สามารถสะท้อนสถานการณ์การรู้หนังสือของคนไทยได้อย่างใกล้เคียง ความเป็นจริง และเป็นฐานข้อมูลที่มีคุณค่าในการนําไปใช้ประโยชน์เชิงนโยบายต่อไป สํานักงานเลขาธิการสภาการศึกษาหวังเป็นอย่างยิ่งว่า รายงานฉบับนี้จะเป็นประโยชน์ต่อหน่วยงาน กําหนดนโยบาย หน่วยงานทางการศึกษา หน่วยงานระดับพื้นที่ ตลอดจนภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ในการนําข้อมูล และข้อเสนอเชิงนโยบายไปใช้ประกอบการวางแผน การตัดสินใจ และการขับเคลื่อนการพัฒนาการรู้หนังสือของคนไทย ให้สอดคล้องกับบริบทของสังคมไทยและทิศทางการพัฒนาในระดับสากลต่อไป รองศาสตราจารย์ ดร. ประวิต เอราวรรณ์ เลขาธิการสภาการศึกษา จ ฉ ช ซ เรื่อง หน้า คํานํา ข สารบัญ ฉ สารบัญตาราง ญ บทที่ 1 บทนํา 2 1.1 ความเป็นมา 4 1.2 วัตถุประสงค์ 5 1.3 นิยามศัพท์ 6 1.4 ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ 6 บทที่ 2 วิธีการสํารวจ 10 2.1 ประชากรเป้าหมาย 11 2.2 เครื่องมือที่ใช้ในการสํารวจ 11 2.3 การรวบรวมข้อมูล 1 2 2.4 การเก็บข้อมูลเชิงคุณภาพและการรับฟังความคิดเห็นจากผู้เกี่ยวข้อง 1 2 2. 5 การประมวลผล/วิเคราะห์ข้อมูล 1 2 บทที่ 3 ผลการสํารวจ 1 4 3.1 ผลการรวบรวมข้อมูล 1 5 3.2 ผลการวิเคราะห์การรู้หนังสือของของประชากรที่มีอายุ 15 ปีขึ้นไป 21 3.3 ผลการวิเคราะห์เกี่ยวกับประชากรที่ไม่รู้หนังสือ จําแนกตามอายุ 2 2 3.4 ผลการประมาณการจํานวนผู้ไม่รู้หนังสือของคนไทยอายุ 15 ปีขึ้นไปรายจังหวัด 2 9 บทที่ 4 ข้อค้นพบ และข้อเสนอเชิงนโยบาย 3 4 4.1 ข้อค้นพบน่าสนใจที่ได้จากการสํารวจภาวการณ์อ่านของคนไทย 3 6 4.2 ข้อเสนอเชิงนโยบายในการลด ภาวการณ์ ไม่รู้หนังสือของคนไทย คณะผู้จัดทํา 40 4 6 ฌ ญ ฎ ฏ หน้า ตารางที่ 1 ผลการรวบรวมข้อมูลจากกลุ่มตัวอย่าง 1 5 ตารางที่ 2 จํานวนและร้อยละของครัวเรือน จําแนกตามเขตที่ตั้งของบ้าน / ครัวเรือน 1 5 ตารางที่ 3 จํานวนและร้อยละของครัวเรือน จําแนกตามจํานวนสมาชิกที่อาศัยอยู่ในบ้านทั้งหมด 1 6 ตารางที่ 4 จํานวนและร้อยละของครัวเรือน จําแนกตามจํานวนสมาชิกที่อาศัยอยู่ในบ้านที่มีอายุมากกว่า 7 ปี 1 6 ตารางที่ 5 จํานวนและร้อยละของครัวเรือน จําแนกตามรายได้ต่อเดือนของครัวเรือน 1 7 ตารางที่ 6 จํานวนและร้อยละของครัวเรือน จําแนกตามสถานะของผู้ให้ข้อมูลครัวเรือน 1 7 ตารางที่ 7 จํานวนและร้อยละของสมาชิกในครัวเรือน จําแนกตามสถานะของผู้ให้ข้อมูล 1 7 ตารางที่ 8 จํานวนและร้อยละของสมาชิกในครัวเรือน จําแนกตามเชื้อชาติ และสัญชาติ 1 8 ตารางที่ 9 จํานวนและร้อยละของสมาชิกในครัวเรือน จําแนกตามเพศ 1 8 ตารางที่ 10 จํานวนและร้อยละของสมาชิกในครัวเรือน จําแนกตามกลุ่มอายุ 1 9 ตารางที่ 11 จํานวนและร้อยละของสมาชิกในครัวเรือน จําแนกตามสถานภาพสมรส 1 9 ตารางที่ 12 จํานวนและร้อยละของสมาชิกในครัวเรือน จําแนกตามระดับการศึกษาสูงสุด 1 9 ตารางที่ 13 จํานวนและร้อยละของสมาชิกในครัวเรือน จําแนกตามความต้องการศึกษาต่อ 20 ตารางที่ 14 จํานวนและร้อยละของสมาชิกในครัวเรือน จําแนกตามกลุ่มอาชีพ 20 ตารางที่ 15 จํานวนและร้อยละของผู้ที่มีอายุ 15 ปีขึ้นไป จําแนกตามความสามารถในการอ่าน 21 ตารางที่ 16 จํานวนและร้อยละของผู้ที่มีอายุ 15 ปีขึ้นไป จําแนกตามความสามารถในการเขียน 21 ตารางที่ 17 จํานวนและร้อยละของผู้ที่มีอายุ 15 ปีขึ้นไป จําแนกตามความสามารถในการคํานวณ 21 ตารางที่ 18 จํานวนและร้อยละของผู้ที่มีอายุ 15 ปีขึ้นไป จําแนกตามระดับการรู้หนังสือ 2 2 ตารางที่ 19 อัตราการไม่รู้หนังสือของผู้ที่มีอายุ 17 ปีขึ้นไป และ 15 ปีขึ้นไป จําแนกตามจังหวัด 2 2 ตารางที่ 20 อัตราการไม่รู้หนังสือของผู้ที่มีอายุ 15 ปีขึ้นไป จําแนกตามภาคการศึกษา 2 5 ตารางที่ 21 อัตราการไม่รู้หนังสือของผู้ที่มีอายุ 15 ปีขึ้นไป จําแนกตามเพศ 2 6 ตารางที่ 22 อัตราการไม่รู้หนังสือของผู้ที่มีอายุ 15 ปีขึ้นไป จําแนกตามสถานภาพสมรส 2 7 ตารางที่ 23 อัตราการไม่รู้หนังสือของผู้ที่มีอายุ 15 ปีขึ้นไป จําแนกตามกลุ่มอายุ 2 7 ตารางที่ 24 อัตราการไม่รู้หนังสือของผู้ที่มีอายุ 15 ปีขึ้นไป จําแนกตามกลุ่มอายุในวัยแรงงาน และกลุ่มผู้สูงอายุ 2 7 ตารางที่ 25 อัตราการไม่รู้หนังสือของผู้ที่มีอายุ 15 ปีขึ้นไป จําแนกตามระดับการศึกษาสูงสุด 2 8 ตารางที่ 26 อัตราการไม่รู้หนังสือของผู้ที่มีอายุ 15 ปีขึ้นไป จําแนกตามความต้องการศึกษาต่อ 2 8 ตารางที่ 27 อัตราการไม่รู้หนังสือของผู้ที่มีอายุ 15 ปีขึ้นไป จําแนกตามกลุ่มอาชีพ 2 8 ตารางที่ 28 ผลการประมาณการจํานวนประชากรผู้ไม่รู้หนังสือ จําแนกตามจังหวัด 2 9 1 2 3 4 บทที่ 1 บทนํา 1.1 ความเป็นมา การอ่านและทักษะการอ่านเป็นองค์ประกอบพื้นฐานของการพัฒนาคุณภาพมนุษย์ในทุกช่วงวัย เนื่องจากการอ่านมิได้ทําหน้าที่เพียงเป็นทักษะทางภาษา หากแต่เป็นฐานสําคัญของกระบวนการเรียนรู้ การคิดวิเคราะห์ การสื่อสาร และการสร้างความเข้าใจต่อโลกที่ซับซ้อนมากขึ้นในศตวรรษที่ 21 ความสามารถ ในการอ่านจึงมีความเชื่อมโยงโดยตรงกับคุณภาพชีวิต โอกาสในการเข้าถึงการศึกษาและการจ้างงาน ตลอดจน ความสามารถในการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ สังคม และเทคโนโลยีของประชากรในระยะยาว โดยเฉพาะในบริบทของสังคมสูงวัยและเศรษฐกิจฐานความรู้ การอ่านยิ่งมีบทบาทสําคัญ ในฐานะทักษะพื้นฐาน ของการเรียนรู้ตลอดชีวิต ในระดับนานาชาติ ทักษะการอ่านและการรู้หนังสือยังได้รับการยอมรับว่าเป็นตัวชี้วัดสําคัญที่ใช้สะท้อน คุณภาพการศึกษาและศักยภาพของทุนมนุษย์ของประเทศ โดยปรากฏอยู่ ในกรอบการประเมินและดัชนี ระดับโลกหลายรายการ อาทิ การประเมินสมรรถนะนักเรียนระดับนานาชาติ ( PISA) ซึ่ งใช้ความสามารถ ด้านการอ่านเป็นหนึ่งในสมรรถนะหลักของผู้เรียน นอกจากนี้ ดัชนี World Competitiveness Index ซึ่งจัดทําโดย International Institute for Management Development (IMD) ยังใช้ข้อมูลด้านการรู้หนังสือเป็ น องค์ประกอบ สําคัญในการประเมินความสามารถในการแข่งขันของปร ะเทศ โดยถือว่าคุณภาพการศึกษา และทักษะพื้นฐาน ของประชากรเป็นปัจจัยเชิงโครงสร้างที่ส่งผลต่อผลิตภาพ แรงงาน นวัตกรรม และความสามารถในการเติบโต ทางเศรษฐกิจในระยะยาว ประเทศไทยให้ความสําคัญกับการส่งเสริมการอ่านมาอย่างต่อเนื่อง และเชื่อมั่นว่าการอ่านเป็นทักษะพื้นฐาน ที่สามารถต่อยอดไปสู่ทักษะขั้นสูงอื่น ๆ ได้ ไม่ว่าจะเป็นทักษะการคิดขั้นสูง ทักษะดิจิทัล ทักษะการแก้ปัญหา และทักษะการเรียนรู้ตลอดชีวิต การพัฒนาทักษะการอ่านจึงไม่ใช่เพียงประเด็นด้านการศึกษาเท่านั้น แต่เป็นประเด็น เชิงยุทธศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ การลดความเหลื่อมลํ้า และการเสริมสร้างความสามารถ ในการแข่งขันของประเทศในภาพรวม โดยเฉพาะในบริบทที่ประเทศไทยต้องเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้าง ของประชาก รและตลาดแรงงานอย่างรวดเร็ว