1 http://www.thaigov.go.th (โปรดตรวจสอบมติคณะรัฐมนตรีที่เปนทางการจากสํานักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีอีกครั้ง) วันนี้ 14 ตุลาคม 2569 เวลา 10.30 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีวาการ กระทรวงมหาดไทย เปนประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี ณ หองประชุม 501 ตึกบัญชาการ 1 ทําเนียบรัฐบาล สรุปสาระสําคัญ ดังนี้ กฎหมาย 1. เรื่อง รางพระราชกฤษฎีกากําหนดเขตที่ดินที่จะเวนคืน ในพื้นที่บางสวนในทองที่อําเภอเมืองนครราชสีมา อําเภอโนนสูง อําเภอคง อําเภอบัวใหญ อําเภอบัวลาย จังหวัดนครราชสีมา อําเภอพล อําเภอโนนศิลา อําเภอบานไผ อําเภอบานแฮด อําเภอเมืองขอนแกน อําเภอน้ําพอง อําเภอเขาสวนกวาง จังหวัดขอนแกน อําเภอโนนสะอาด อําเภอกุมภวาป อําเภอประจักษศิลปาคม อําเภอเมืองอุดรธานี อําเภอเพ็ญ จังหวัดอุดรธานี และอําเภอสระใคร อําเภอเมืองหนองคาย จังหวัดหนองคาย เพื่อดําเนินโครงการ ความรวมมือระหวางรัฐบาลแหงราชอาณาจักรไทยและรัฐบาลแหงสาธารณรัฐประชาชนจีน ในการพัฒนาระบบรถไฟความเร็วสูงเพื่อเชื่อมโยงภูมิภาค ชวงกรุงเทพมหานคร - หนองคาย (ระยะที่ 2 ชวงนครราชสีมา - หนองคาย) พ.ศ. . ... 2. เรื่อง รางกฎกระทรวงกําหนดใหผลิตภัณฑอุตสาหกรรมเหล็กกลาทรงแบนเคลือบอะลูมิเนียม 55% ผสมสังกะสีโดยกรรมวิธีจุมรอนและเคลือบสีตองเปนไปตามมาตรฐาน พ.ศ. .... 3. เรื่อง รางกฎกระทรวงกําหนดใหผลิตภัณฑอุตสาหกรรมเหล็กกลาทรงแบนเคลือบสังกะสีผสม อะลูมิเนียม 0 .5% ขึ้นไป และแมกนีเซียม 0 .4% ขึ้นไป โดยกรรมวิธีจุมรอน ตองเปนไปตาม มาตรฐาน พ.ศ. .... 4. เรื่อง รางกฎกระทรวงกําหนดใหผลิตภัณฑอุตสาหกรรมเหล็กกลาทรงแบนเคลือบสังกะสีผสม อะลูมิเนียม 5 % ขึ้นไป และแมกนีเซียม 2 % ขึ้นไป โดยกรรมวิธีจุมรอน ตองเปนไปตามมาตรฐาน พ.ศ. .... 5. เรื่อง รางพระราชกฤษฎีกากําหนดระยะเวลาเริ่มดําเนินการจัดเก็บเงินสะสมและเงินสมทบกองทุน สงเคราะหลูกจาง พ.ศ. .... รางกฎกระทรวงกําหนดอัตราเงินสะสมและเงินสมทบกองทุนสงเคราะห ลูกจาง พ.ศ. ... และรางกฎกระทรวงกําหนดหลักเกณฑและวิธีการจัดการสงเคราะหแกลูกจางใน กรณีที่ลูกจางออกจากงานหรือตาย (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ... รวม 3 ฉบับ 6. เรื่อง รางกฎ ก.พ. วาดวยการใหขาราชการพลเรือนสามัญไดรับเงินประจําตําแหนง (ฉบับที่ .. ) พ.ศ. .... เศรษฐกิจ - สังคม 7. เรื่อง รายงานผลการดําเนินงานการเตรียมความพรอมรับมือสถานการณภัยแลงและสภาพอากาศ ที่แปรปรวน 8. เรื่อง ขออนุมัติดําเนินโครงการผันน้ําจากอางเก็บน้ําประแสร - หนองคอ - บางพระ จังหวัดชลบุรี 9. เรื่อง การแยกบัญชีโครงการสินเชื่อบานคนละหลัง PLUS ของธนาคารอาคารสงเคราะหเปนบัญชีธุรกรรม นโยบายรัฐ (Public Service Account : PSA) 10. เรื่อง ขอเสนอหลักเกณฑและแนวทางการขึ้นทะเบียนบัญชีนวัตกรรมไทย 2 ตางประเทศ 11. เรื่อง การเปลี่ยนชื่อประเทศสาธารณรัฐนาอูรู (กระทรวงการตางประเทศ) 12. เรื่อง การปรับแกไขปฏิญญาดูชานเบและผลการประชุมระดับสูงวาดวยทศวรรษระหวางประเทศ แหงการดําเนินการ “น้ําสําหรับการพัฒนาที่ยั่งยืน” ค.ศ. 2018 - 2028 ครั้งที่ 4 13. เรื่อง การเสนองบประมาณและแผนการดําเนินงานประจําป 2570 ขององคกรรวมไทย – มาเลเซีย 14. เรื่อง การใหสัตยาบันพิธีสารฉบับตาง ๆ ดานการขนสงทางอากาศของอาเซียน 15. เรื่อง รางเอกสารผลลัพธการประชุมคณะกรรมาธิการรวมวาดวยความรวมมือทวิภาคีระหวาง ราชอาณาจักรไทยกับสาธารณรัฐอาหรับอียิปต ครั้งที่ 3 16. เรื่อง รางแถลงการณรวมรัฐมนตรีวาการกระทรวงการคลังเอเปค ประจําป 2569 17. เรื่อง การจัดทําบันทึกความเขาใจวาดวยความรวมมือดานวัฒนธรรมระหวางกระทรวงวัฒนธรรมแหง ราชอาณาจักรไทยและกระทรวงวัฒนธรรมแหงสาธารณรัฐอาหรับอียิปต 18. เรื่อง การประชุมสมัชชาภาคีอนุสัญญาวาดวยความหลากหลายทางชีวภาพ สมัยที่ 17 และการประชุม ที่เกี่ยวของ แตงตั้ง 19. เรื่อง การแตงตั้งขาราชการพลเรือนสามัญใหดํารงตําแหนงประเภทวิชาการระดับทรงคุณวุฒิ (กระทรวงสาธารณสุข) 20. เรื่อง การแตงตั้งขาราชการพลเรือนสามัญใหดํารงตําแหนงประเภทวิชาการระดับทรงคุณวุฒิ (กระทรวงศึกษาธิการ) 21. เรื่อง การแตงตั้งผูรักษาราชการแทนรัฐมนตรีวาการกระทรวงการตางประเทศ เพิ่มเติม 22. เรื่อง การรับโอนขาราชการมาแตงตั้งใหดํารงตําแหนงรองปลัดสํานักนายกรัฐมนตรี 23. เรื่อง การแตงตั้งขาราชการพลเรือนสามัญใหดํารงตําแหนงประเภทบริหารระดับสูง (กระทรวงคมนาคม) 24. เรื่อง ขออนุมัติแตงตั้งขาราชการพลเรือนสามัญใหดํารงตําแหนงประเภทบริหารระดับสูง ( กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม) 25. เรื่อง การแตงตั้งขาราชการพลเรือนสามัญใหดํารงตําแหนงประเภทบริหาร ระดับสูง ( กระทรวงมหาดไทย) ***************************** 3 กฎหมาย 1. เรื่อง รางพระราชกฤษฎีกากําหนดเขตที่ดินที่จะเวนคืน ในพื้นที่บางสวนในทองที่อําเภอเมืองนครราชสีมา อําเภอโนนสูง อําเภอคง อําเภอบัวใหญ อําเภอบัวลาย จังหวัดนครราชสีมา อําเภอพล อําเภอโนนศิลา อําเภอบานไผ อําเภอบานแฮด อําเภอเมืองขอนแกน อําเภอน้ําพอง อําเภอเขาสวนกวาง จังหวัดขอนแกน อําเภอโนนสะอาด อําเภอกุมภวาป อําเภอประจักษศิลปาคม อําเภอเมืองอุดรธานี อําเภอเพ็ญ จังหวัดอุดรธานี และอําเภอสระใคร อําเภอเมืองหนองคาย จังหวัดหนองคาย เพื่อดําเนินโครงการความรวมมือระหวางรัฐบาลแหง ราชอาณาจักรไทยและรัฐบาลแหงสาธารณรัฐประชาชนจีน ในการพัฒนาระบบรถไฟความเร็วสูงเพื่อเชื่อมโยง ภูมิภาค ชวงกรุงเทพมหานคร - หนองคาย (ระยะที่ 2 ชวงนครราชสีมา - หนองคาย) พ.ศ. . ... คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติหลักการรางพระราชกฤษฎีกากําหนดเขตที่ดินที่จะเวนคืน ในพื้นที่บางสวน ในทองที่อําเภอเมืองนครราชสีมา อําเภอโนนสูง อําเภอคง อําเภอบัวใหญ อําเภอบัวลาย จังหวัดนครราชสีมา อําเภอพล อําเภอโนนศิลา อําเภอบานไผ อําเภอบานแฮด อําเภอเมืองขอนแกน อําเภอน้ําพอง อําเภอเขาสวนกวาง จังหวัดขอนแกน อําเภอโนนสะอาด อําเภอกุมภวาป อําเภอประจักษศิลปาคม อําเภอเมืองอุดรธานี อําเภอเพ็ญ จังหวัดอุดรธานี และอําเภอสระใคร อําเภอเมืองหนองคาย จังหวัดหนองคาย เพื่อด ําเนินโครงการความรวมมือ ระหวางรัฐบาลแหงราชอาณาจักรไทยและรัฐบาลแหงสาธารณรัฐประชาชนจีน ในการพัฒนาระบบรถไฟความเร็วสูง เพื่อเชื่อมโยงภูมิภาค ชวงกรุงเทพมหานคร - หนองคาย (ระยะที่ 2 ชวงนครราชสีมา - หนองคาย) พ.ศ. .... ตามที่ กระทรวงคมนาคม (คค.) เสนอ และใหสงสํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจพิจารณา แลวดําเนินการตอไปได รวมทั้งให คค. รับความเห็นของกระทรวงเกษตรและสหกรณ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอม สํานักงาน สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแหงชาติ และขอสังเกตของสํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาไปพิจารณา ดําเนินการตอไปดวย รวมทั้งใหหนวยงานของรัฐทุกแหงที่ตองดําเนินการตราพระราชกฤษฎีกากําหนดเขตที่ดินที่จะ เวนคืนตามพระราชบัญญัติวาดวยการเวนคืนและการไดมาซึ่งอสังหาริมทรัพย พ.ศ. 2562 ถือปฏิบัติตามขอสังเกตของ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาอยางเครงครัดตอไป สาระสําคัญของรางพระราชกฤษฎีกา คค. เสนอวา 1. เดิมโครงการความรวมมือระหวางรัฐบาลแหงราชอาณาจักรไทยและรัฐบาลแหงสาธารณรัฐ ประชาชนจีน ในการพัฒนาระบบรถไฟความเร็วสูงเพื่อเชื่อมโยงภูมิภาค ชวงกรุงเทพมหานคร - หนองคาย (ระยะที่ 2 ชวงนครราชสีมา - หนองคาย) (โครงการรถไฟความเร็วสูงฯ ระยะที่ 2 ) มีความสอดคลองกับยุทธศาสตรการพัฒนา เสนทางสายใหม ( One Belt One Road : OBOR ) และเปนการเชื่อมโยงระบบคมนาคมทางรางจากสาธารณรัฐ ประชาชนจีนผานสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวมายังประเทศไทย โดยคณะรัฐมนตรีไดมีมติเมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ 2568 อนุมัติในหลักการโครงการดังกลาว โดยให คค. (รฟท.) ดําเนินการในสวนของการจัดสรรกรรมสิทธิ์ ที่ดินและชดเชยทรัพยสินและการกอสรางงานโยธาภายในกรอบวงเงิน ดังนี้ 1.1 คาจัดสรรกรรมสิทธิ์ที่ดินและชดเชยทรัพยสิน ประกอบดวย ที่ดินประมาณ 1,345 ไร จํานวน 1,991 แปลง และสิ่งปลูกสรางประมาณ 1,428 รายการ รวมคาทดแทนในการเวนคืนเปนเงินประมาณ 12,418.61 ลานบาท 1.2 คางานกอสรางโยธา วงเงิน 237,454.86 ลานบาท 1.3 คาควบคุมงานกอสรางโยธา วงเงิน 6,530.01 ลานบาท รวมวงเงินลงทุนเบื้องตนประมาณ 256,403.48 ลานบาท 2. การดําเนินการกอสรางตามโครงการฯ มีจุดเริ่ มตนและจุดสิ้ นสุดที่ DK.251+881.22 - DK.608+997.30 รวมระยะทางประมาณ 357.12 กิโลเมตร เพื่อเพิ่มศักยภาพและการแขงขันและการพัฒนาที่ยั่งยืน 4 ดานตาง ๆ ของประเทศ ลดคาใชจายในการใชรถและเวลาในการเดินทาง ผูใชทางไดรับความสะดวก รวดเร็ว และ ปลอดภัย และสามารถนําไปใชประโยชนในดัชนีชี้วัดดานความสามารถในการแขงขันของประเทศ ดังนั้น รฟท. มีความจําเปนที่จะตองไดมาซึ่งอสังหาริมทรัพยเพื่อใหการกอสรางโครงการดังกลาวเปนไปตามแผนการที่กําหนดไว และเพื่อนําที่ดินไปชดเชยใหเกิดความเปนธรรมแกเจาของที่ดินที่ถูกเวนคืน จึงจําเปนตองตราพระราชกฤษฎีกา กําหนดเขตที่ดินที่จะเวนคืนในพื้นที่บางสวน ดังตอไปนี้ 2.1 ในทองที่ตําบลหนองไผลอม ตําบลหัวทะเล ตําบลจอหอ ตําบลหนองไขน้ํา อําเภอเมือง นครราชสีมา ตําบลดานคลา ตําบลโนนสูง ตําบลมะคา ตําบลพลสงคราม อําเภอโนนสูง ตําบลดอนใหญ ตําบลเมืองคง อําเภอคง ตําบลโนนทองหลาง ตําบลบัวใหญ อําเภอบัวใหญ ตําบลบัวลาย ตําบลโนนจาน อําเภอบัวลาย จังหวัดนครราชสีมา 2.2 ในทองที่ ตําบลหนองมะเขือ ตําบลโนนขา ตําบลเกางิ้ว ตําบลหนองแวงนางเบา อําเภอพล ตําบลโนนศิลา ตําบลโนนแดง อําเภอโนนศิลา ตําบลในเมือง ตําบลบานไผ อําเภอบานไผ ตําบลบานแฮด ตําบลโนนสนสมบูรณ อําเภอบานแฮด ตําบลทาพระ ตําบลเมืองเกา ตําบลในเมือง ตําบลศิลา ตําบลสําราญ ตําบลโนนทอน อําเภอเมืองขอนแกน ตําบลมวงหวาน ตําบลหนองกุง ตําบลวังชัย ตําบลน้ําพอง อําเภอน้ําพอง ตําบลคํามวง ตําบลเขาสวนกวาง อําเภอเขาสวนกวาง จังหวัดขอนแกน 2.3 ในทองที่ตําบลทมนางงาม ตําบลโคกกลาง ตําบลโนนสะอาด อําเภอโนนสะอาด ตําบลหนองหวา ตําบลปะโค ตําบลหวยเกิ้ง ตําบลตูมใต ตําบลพันดอน ตําบลผาสุก อําเภอกุมภวาป ตําบลหวยสาม พาด อําเภอประจักษศิลปาคม ตําบลหนองไผ ตําบลหนองขอนกวาง ตําบลโนนสูง ตําบลหมากแขง ตําบลหนองบัว ตําบลนากว าง ตําบลกุ ดสระ ตําบลบ านขาว ตําบลนาข า อําเภอเมื องอุ ดรธานี ตําบลนาพู อําเภอเพ็ญ จังหวัดอุดรธานี 2.4 ในทองที่ตําบลคอกชาง ตําบลสระใคร อําเภอสระใคร ตําบลคายบกหวาน ตําบลหนอง กอมเกาะ ตําบลมีชัย อําเภอเมืองหนองคาย จังหวัดหนองคาย 3. การประชุมคณะกรรมการสิ่งแวดลอมแหงชาติ ครั้งที่ 3/2567 เมื่อวันที่ 15 พฤศจิกายน 2567 มีมติเห็นชอบตามความเห็นของคณะกรรมการผูชํานาญการพิจารณารายงานการวิเคราะหผลกระทบสิ่งแวดลอม โครงการระบบรถไฟความเร็วสูงเพื่อเชื่อมโยงภูมิภาค ชวงกรุงเทพมหานคร - หนองคาย (ระยะที่ 2 ชวงนครราชสีมา - หนองคาย) และ รฟท. ไดดําเนินการจัดใหมีการรับฟงความคิดเห็นของประชาชนผูไดรับผลกระทบกับโครงการ ดังกลาวตามระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรีวาดวยการรับฟงความคิดเห็นของประชาชน พ.ศ. 2548 แลว ซึ่งผลการรับ ฟงความคิดเห็นโดยรวมตอโครงการประชาชน สวนใหญเห็นดวยกับโครงการดังกลาว 4. สํานักงบประมาณ (สงป.) แจงวา สําหรับคาใชจายที่จะเกิดขึ้นให รฟท. จัดทําแผนปฏิบัติงาน และแผนการใชจายงบประมาณ เพื่อเสนอขอตั้งงบประมาณรายจายประจําป โดย สงป. จะจัดสรรงบประมาณ รายจายประจําปตามความจําเปนและเหมาะสมเมื่อรางพระราชกฤษฎีกามีผลใชบังคับแลวตามขั้นตอนตอไป 5. คค. ไ ดดําเนินการตามมาตรา 27 แหงพระราชบัญญัติวินัยการเงินการคลังของรัฐ พ.ศ. 2561 โดยไดจัดทําขอมูลเกี่ยวกับการดําเนินการตามโครงการฯ เพื่อใหเปนไปตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 27 มิถุนายน 2567 ตามขอ 4.6 ประกอบดวย ชื่อโครงการ รายละเอียดโครงการ แผนบริหารโครงการ ประมาณการรายจาย แหลงเงินที่ใชตลอดระยะเวลาการดําเนินการ และประโยชนที่จะไดรับ 6 . คค. ไดดําเนินการตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 22 มีนาคม 2565 [เรื่อง แนวทางปฏิบัติเกี่ยวกับ กรณีการตรารางกฎหมายหรือรางอนุบัญญัติที่ตองจัดใหมีแผนที่ทาย] โดยกรมการปกครองไดตรวจสอบแผนที่ทายราง พระราชกฤษฎีกาฯ แลว พบวา สอดคลองกับคําบรรยายในประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การกําหนดเขตตําบล ในพื้นที่ที่เกี่ยวของ โดยแนวเขตที่ดินที่ปรากฏในแผนที่ทายรางพระราชกฤษฎีกากําหนดเขตที่ดินที่จะเวนคืนดังกลาว ครอบคลุมพื้นที่ตามขอ 2.1 – 2.4 5 7. รางพระราชกฤษฎีกาดังกลาวมีสาระสําคัญเปนการกําหนดเขตที่ดินที่จะเวนคืนในพื้นที่บางสวน ในทองที่อําเภอเมืองนครราชสีมา อําเภอโนนสูง อําเภอคง อําเภอบัวใหญ อําเภอบัวลาย จังหวัดนครราชสีมา อําเภอพล อําเภอโนนศิลา อําเภอบานไผ อําเภอบานแฮด อําเภอเมืองขอนแกน อําเภอน้ําพอง อําเภอเขาสวนกวาง จังหวัดขอนแกน อําเภอโนนสะอาด อําเภอกุมภวาป อําเภอประจักษศิลปาคม อําเภอเมืองอุดรธานี อําเภอเพ็ญ จังหวัดอุดรธานี และอําเภอสระใคร อําเภอเมืองหนองคาย จังหวัดหนองคาย เพื่อนําที่ดินไปชดเชยใหเกิดความเปน ธรรมแกเจาของที่ดินที่ถูกเวนคืน มีกําหนดใชบังคับ 5 ป โดยใหเริ่มตนเขาสํารวจที่ดินและอสังหาริมทรัพยที่อยูภายใน แนวเขตที่ดินที่จะเวนคืนภายใน 180 วัน นับแตวันที่พระราชกฤษฎีกานี้ใชบังคับ 2. เรื่ อง รางกฎกระทรวงกําหนดใหผลิตภัณฑอุตสาหกรรมเหล็กกลาทรงแบนเคลือบอะลูมิเนียม 55% ผสมสังกะสีโดยกรรมวิธีจุมรอนและเคลือบสีตองเปนไปตามมาตรฐาน พ.ศ. .... คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบรางกฎกระทรวงกําหนดใหผลิตภัณฑอุตสาหกรรมเหล็กกลาทรงแบน เคลือบอะลูมิเนียม 55% ผสมสังกะสีโดยกรรมวิธีจุมรอนและเคลือบสีตองเปนไปตามมาตรฐาน พ.ศ. .... ตามที่ กระทรวงอุตสาหกรรมเสนอ ซึ่งสํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจพิจารณาแลว และใหดําเนินการตอไปได สาระสําคัญของเรื่อง 1. ในปจจุบัน มาตรฐานผลิตภัณฑอุตสาหกรรมเหล็กกลาทรงแบนเคลือบอะลูมิเนียม 55% ผสมสังกะสีโดยกรรมวิธีจุมรอนและเคลือบสี มาตรฐานเลขที่ มอก. 2753 - 2559 ประกาศใชโดยประกาศกระทรวง อุตสาหกรรม ฉบับที่ 8 (พ.ศ. 2562) ออกตามความในพระราชบัญญัติมาตรฐานผลิตภัณฑอุตสาหกรรม พ.ศ. 2511 เรื่อง กําหนดมาตรฐานผลิตภัณฑอุตสาหกรรม เหล็กกลาทรงแบนเคลือบอะลูมิเนียม 55% ผสมสังกะสี โดยกรรมวิธี จุมรอนและเคลือบสี พ.ศ. 2567 ลงวันที่ 14 พฤศจิกายน 2567 (มาตรฐานทั่วไป) 2. ตอมา สํานักงานมาตรฐานผลิตภัณฑอุตสาหกรรม (สมอ.) ไดรับขอเสนอเกี่ ยวกับการกําหนด ใหผลิตภัณฑอุตสาหกรรมดังกลาว ดังนี้ 2.1 ผูบริโภคไดรับ ผลกระทบ จากการใชผลิตภัณฑแผนเหล็กมุงหลังคาที่ผลิตจากเหล็ก เคลือบสังกะสีและเคลือบสี กรณีอายุการใชงานสั้น เกิดสนิมเร็ว เนื่องจากผลิตภัณฑดังกลาวมีการเคลือบสังกะสีและ เคลือบสีเพื่อวัตถุประสงคในการยืดอายุการใชงานใหสามารถใชงานไดนานขึ้น แตพบวามีการสําแดงมวลเคลือบ สังกะสีไมตรงกับขอเท็จจริง ทําใหอายุการใชงานสั้น เกิดสนิมเร็ว ซึ่งผูบริโภคไมสามารถเลือกซื้อผลิตภัณฑที่ตรงกับ ความตองการได ซึ่งรายการมวลเคลือบ / ความหนา ไมสามารถตรวจสอบไดจากการตรวจพินิจ ตองสงทดสอบ ที่หองปฏิบัติการเทานั้น 2.2 กลุมผูผลิตหลังคาเหล็ก ซึ่งเปนผูใชงานตอเนื่อง ไดรับ ความเดือดรอน จากปญหา คุณภาพสินคา โดยมีวัตถุดิบคือผลิตภัณฑเหล็กเคลือบสังกะสีและเคลือบสี อันเนื่องมาจากมีการนําเขาสินคาคุณภาพ ต่ําเขามาจําหนายในประเทศ รวมถึงมีการแสดงรายละเอียดชั้นเคลือบสินคาไมตรงตามความเปนจริง สงผลให ประชาชนซึ่งเปนผูบริโภคและโรงงานแปรรูปหลังคาเมทัลชีทไดรับความเดือดรอนจากความเสียหายจากการมีอายุ การใชงานสั้น เกิดสนิมเร็วและขาดความปลอดภัยในการใชงาน นอกจากนี้ ยังกอความเสียหายทางการคาและ เศรษฐกิจเปนวงกวาง 3. สมอ. ไดเสนอคณะกรรมการมาตรฐานผลิตภัณฑอุตสาหกรรม (กมอ.) ในคราวประชุมครั้งที่ 738- 7/2567 เมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม 2567 ซึ่ง กมอ. มีมติเห็นชอบ รางมาตรฐานผลิตภัณฑอุตสาหกรรมเหล็กกลาทรง แบนเคลือบอะลูมิเนียม 55 % ผสมสังกะสี โดยกรรมวิธีจุมรอนและเคลือบสี มาตรฐานเลขที่ มอก. 2753 - 1559 (ยกเลิกและกําหนด) และ เห็นชอบก ารกําหนดใหผลิตภัณฑอุตสาหกรรมเหล็กกลาทรงแบนเคลือบอะลูมิเนียม 55% ผสมสังกะสี โดยกรรมวิธีจุมรอนและเคลือบสี ตองเปนไปตามมาตรฐานเลขที่ มอก. 2753 - 25xx และให สมอ. ดําเนินการตอไป 6 4. สมอ. ได จัดทํารายงานสรุปผลการรับฟงความคิดเห็น และ รายงานการวิเคราะหผลกระทบ ที่ อาจเกิดขึ้นจากกฎหมาย ประกอบการจัดทํารางกฎกระทรวงกําหนดใหผลิตภัณฑอุตสาหกรรมเหล็กกลาทรงแบน เคลือบอะลูมิเนียม 55% ผสมสังกะสีโดยกรรมวิธีจุมรอนและเคลือบสีตองเปนไปตามมาตรฐาน พ.ศ. .... โดยได เผยแพรเอกสารดังกลาวผานชองทางเว็บไซตของ สมอ. และระบบกลางทางกฎหมายดวยแลว 5. รางกฎกระทรวงดังกลาวมีสาระสําคัญ ดังนี้ 1 ) กําหนดใหผลิตภัณฑอุตสาหกรรมเหล็ กกลาทรงแบนเคลื อบอะลู มิเนียม 55% ผสมสังกะสี โดยกรรมวิธีจุมรอนและเคลือบสี ตองเปนไปตามมาตรฐานเลขที่ มอก. 2753 - 2567 ตามประกาศ เรื่อง กําหนดผลิตภัณฑอุตสาหกรรมเหล็กกลาทรงแบนเคลือบอะลูมิเนียม 55% ผสมสังกะสี โดยกรรมวิธีจุมรอนและ เคลือบสี พ.ศ. 2567 ลงวันที่ 14 พฤศจิกายน 2567 2 ) กําหนดใหมี ผลใชบังคับเมื่อพนกําหนด 90 วัน นับแตวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา เปนตนไป ประโยชนและผลกระทบ 1 ) เพื่อใหผูบริโภคไดใชแผนเหล็กมุงหลังคาที่ผลิตจากผลิตภัณฑอุตสาหกรรมเหล็กเคลือบสังกะสี และเคลือบสี ที่มีคุณภาพ และ เปนไปตามมาตรฐาน มีอายุการใชงานที่ยาวนาน ผูบริโภคสามารถเลือกซื้อ ผลิตภัณฑอุตสาหกรรมดังกลาวที่ตรงกับความตองการได 2 ) ผู ซึ่ งไดรับผลกระทบจากการบังคับใชกฎหมาย ไดแก ผู ทํา ผู นําเขา และ ผู จําหน าย ผลิตภัณฑอุตสาหกรรมเหล็กกลาทรงแบนเคลือบอะลูมิเนียม 55 % ผสมสังกะสีโดยกรรมวิธีจุมรอนและเคลือบสี โดยมีผลกระทบในดานสิทธิเสรีภาพของบุคคลดังกลาว เนื่องจาก ผูทํา หรือผูนําเขา ผลิตภัณฑอุตสาหกรรมดังกลาว จะตองขอรับ ใบอนุญาตตามมาตรา 20 หรือมาตรา 21 แหงพระราชบัญญัติมาตรฐานผลิตภัณฑอุตสาหกรรม พ.ศ. 2511 ซึ่งแกไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติมาตรฐานผลิตภัณฑอุตสาหกรรม (ฉบับที่ 8 ) พ.ศ. 2562 ผูจําหนาย จะตอง จําหนายผลิตภัณฑอุตสาหกรรมดังกลาวที่ไดรับใบอนุญาตและเปนไปตามมาตรฐาน 3. เรื่อง รางกฎกระทรวงกําหนดใหผลิตภัณฑอุตสาหกรรมเหล็กกลาทรงแบนเคลือบสังกะสีผสมอะลูมิเนียม 0 .5% ขึ้นไป และแมกนีเซียม 0 .4% ขึ้นไป โดยกรรมวิธีจุมรอน ตองเปนไปตามมาตรฐาน พ.ศ. .... คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบรางกฎกระทรวงกําหนดใหผลิตภัณฑอุตสาหกรรมเหล็กกลาทรงแบน เคลือบสังกะสีผสมอะลูมิเนียม 0.5% ขึ้นไป และแมกนีเซียม 0.4 % ขึ้นไป โดยกรรมวิธีจุมรอน ตองเปนไปตาม มาตรฐาน พ.ศ. . ... ตามที่กระทรวงอุตสาหกรรมเสนอ ซึ่งสํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจพิจารณาแลวและให ดําเนินการตอไปได สาระสําคัญของเรื่อง 1. ใน ปจจุบัน มาตรฐานผลิตภัณฑอุตสาหกรรมเหล็กกลาทรงแบนเคลือบสังกะสีผสมอะลูมิเนียม และแมกนีเซียม (มาตรฐานเลขที่ มอก. 3059 -2563 ) ประกาศใชโดยประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม ฉบับที่ 57 95 (พ.ศ. 2563) ออกตามความในพระราชบัญญัติมาตรฐานผลิตภัณฑอุตสาหกรรม พ.ศ. 2511 เรื่อง กําหนดมาตรฐาน ผลิตภัณฑอุตสาหกรรม เหล็กกลาทรงแบนเคลือบสังกะสีผสมอะลูมิเนียม 0.5% ถึง 6% และแมกนีเซียม 0.4% ถึง 4% โดยกรรมวิธีจุมรอน ลงวันที่ 15 พฤษภาคม 2563 (มาตรฐานทั่วไป) 2. โดยที่เหล็กแผนเคลือบที่นําเขามาจากตางประเทศนั้นมีคุณภาพที่ต่ําซึ่งเมื่อนําไปใชงานในการเปน วัตถุดิบภาคอุตสาหกรรมตาง ๆ เชน เครื่องซักผา ตูเย็น โครงสรางรถยนตเหล็กแผนเคลือบดังกลาวจะเกิดสนิมไดเร็ว และมีอายุการใชงานที่สั้น ซึ่งไมมีความทนทาน ตอการใชงาน กลุม 7 สมาคมผูประกอบการอุตสาหกรรมเหล็กไทย และสํานักงานมาตรฐานผลิตภัณฑอุตสาหกรรม (สมอ ) ในคราวประชุม เมื่อวันที่ 10 สิงหาคม 2565 จึงไดมีมติเสนอ ใหเรงดําเนินการบังคับมาตรฐานของกลุมผลิตภัณฑอุตสาหกรรมเหล็กกลาทรงแบนเคลือบโลหะและเคลือบสี และ เหล็กกลาทรงแบนเคลือบอะลูมิเนียมผสมสังกะสีและแมกนีเซียม ซึ่งตอมาสมาคมการคาผูผลิตเหล็กแผนเคลือบ 7 สังกะสี ไดมีหนังสือลงวันที่ 31 สิงหาคม 2565 เสนอใหพิจารณาผลิตภัณฑอุตสาหกรรมเหล็กกลาทรงแบนเคลือบ สังกะสีผสมอะลูมิเนียม 0.5 % ถึง 6 % และแมกนีเซียม 0.4 % ถึง 4 % โดยกรรมวิธีจุมรอน ตองเปนไปตามมาตรฐาน เพื่อใหผูบริโภคไดใชผลิตภัณฑอุตสาหกรรมที่มีคุณภาพเหมาะสมตามมาตรฐาน มีความปลอดภัยตอการนําไปใชงานและ เปนการควบคุมคุณภาพผลิตภัณฑอุตสาหกรรมดังกลาว โดยคณะกรรมการมาตรฐานผลิตภัณฑอุตสาหกรรม (กมอ.) ใน คราวประชุ มครั ้ งที่ 723-5/2566 เมื ่ อวั นที่ 16 พฤษภาคม 2566 เห็ นชอบการพิ จารณากําหนดให ผลิตภัณฑอุตสาหกรรมเหล็กกลาทรงแบนเคลือบสังกะสีผสมอะลูมิเนียม 0 .5% ถึง 6% และแมกนีเซียม 0 .4% ถึง 4 % โดยกรรมวิธีจุมรอน ตองเปนไปตามมาตรฐานเลขที่ มอก. 3059 – 2563 3. สมอ. ไดดําเนินการ ทบทวนและไดจัดทํารางมาตรฐานผลิตภัณฑอุตสาหกรรมเหล็กกลาทรง แบนเคลือบสังกะสีผสมอะลูมิเนียม 0 .5% ขึ้นไป และแมกนีเซียม 0.4 % ขึ้นไป โดยกรรมวิธีจุมรอน ตองเปนไป ตามมาตรฐาน ซึ่ง กมอ. ในคราวประชุม ครั้งที่ 738-7/2567 เมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม 2567 ไดเห็นชอบราง มาตรฐานผลิตภัณฑอุตสาหกรรมเหล็กกลาทรงแบนเคลือบสังกะสีผสมอะลูมิเนียม 0 .5% ขึ้นไป และแมกนีเซียม 0.4 % ขึ ้ นไป โดยกรรมวิ ธี จุ มร อนมาตรฐานเลขที ่ มอก. 3059 -25xx (ยกเลิ กและกําหนด) โดยอางอิงตามมาตรฐานจากประเทศญี่ปุนและประเทศออสเตรเลีย ในการ เพิ่มชั้นคุณภาพของมวลเคลือบ เพื่อให เหล็กแผนเคลือบมีคุณภาพ ที่ไดมาตรฐานและครอบคลุมตอการนํามาใชเปนวัตถุดิบในภาคอุตสาหกรรมปจจุบัน 4. สมอ. ไดจัดทําประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม เรื่อง กําหนดมาตรฐานผลิตภัณฑอุตสาหกรรม เหล็กกลาทรงแบนเคลือบสังกะสีผสมอะลูมิเนียม 0.5 % ขึ้ นไป และแมกนีเซียม 0.4 % ขึ้ นไป โดยกรรมวิธี จุมรอน พ.ศ. 2567 ประกาศ ณ วันที่ 14 พฤศจิกายน 2567 ซึ่งประกาศ ดังกลาวใหมีผลเมื่อพนกําหนด 120 วัน นับแตวัน ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเปนตนไป (มีผลวันที่ 3 เมษายน 2568 ) 5. ในคราวประชุม กมอ. ครั้งที่ 751-8/2568 เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2568 ที่ประชุมไดมีมติ เห็นชอบ การกําหนดให ผลิ ตภั ณฑ อุ ตสาหกรรมเหล็ กกล าทรงแบนเคลื อบสั งกะสี ผสมอะลู มิ เนี ยม 0.5% ขึ้นไป และแมกนีเซียม 0 .4% ขึ้นไป โดยกรรมวิธีจุมรอนตองเปนไปตาม มาตรฐานเลขที่ มอก. 3059 -2567 แลว ให สมอ. ดําเนินการตอไป 6. สมอ. ไดดําเนินการ จัดทํารายงานสรุปผลการรับฟงความคิดเห็นและรายงานการวิเคราะห ผลกระทบ ที่อาจเกิดขึ้นจาก กฎหมาย ประกอบการจัดทํารางกฎกระทรวงกําหนดใหผลิตภัณฑอุตสาหกรรม เหล็กกลาทรงแบนเคลือบสังกะสีผสมอะลูมิเนียม 0 .5% ขึ้นไปและแมกนีเซียม 0.4 % ขึ้นไป โดยกรรมวิธีจุมรอน ตองเปนไปตามมาตรฐาน พ.ศ. .... โดยไดเผยแพรเอกสารดังกลาวผานชองทางเว็บไซตของ สมอ. และระบบกลาง ทางกฎหมายดวยแลว 7. รางกฎกระทรวงดังกลาวมีสาระสําคัญ ดังนี้ 1 ) กําหนดใหผลิตภัณฑอุตสาหกรรมเหล็กกลาทรงแบนเคลือบสังกะสีผสมอะลูมิเนียม 0.5 % ขึ้นไป และแมกนีเซียม 0.4 % ขึ้นไป โดยกรรมวิธีจุมรอน ตองเปนไปตามมาตรฐานเลขที่ มอก. 3059 -2567 ตามประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม เรื่อง กําหนดผลิตภัณฑอุตสาหกรรมเหล็กกลาทรงแบนเคลือบสังกะสีผสม อะลูมิเนียม 0. 5 % ขึ้นไป และแมกนีเซียม 0.4 % ขึ้นไป โดยกรรมวิธีจุมรอน พ.ศ. 2567 ประกาศ ณ วันที่ 14 พฤศจิกายน 2567 2 ) กําหนดใหมี ผลใชบังคับเมื่อพนกําหนด 90 วัน นับแตวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา เปนตนไป ประโยชนและผลกระทบ 1 ) เนื ่ องจากเป นผลิ ตภั ณฑ อุ ตสาหกรรมที ่ มี การใช ในงานหลายชนิ ด เช น อุ ตสาหกรรม การผลิตรถยนต เครื่องใชไฟฟา กอสราง งานโครงสรางหรือหลังคาอาคาร หากไมมีการควบคุมคุณภาพ ของ ผลิตภัณฑอุตสาหกรรมใหเปนไปตามมาตรฐาน ก็ อาจกอใหเกิดความเสียหายตอทรัพยสิน ของประชาชนจากการใช ผลิ ตภั ณฑ อุ ตสาหกรรมที ่ ไม มี คุ ณภาพ และอาจก อให เกิ ดความเสี ยหายต อกิ จการอุ ตสาหกรรม ดั งนั้น 8 จึงตองมีการควบคุมเกี่ยวกับความปลอดภัย เพื่อใหปองกันความเสียหายแกชีวิต รางกาย และทรัพยสินของ ประชาชนผูบริโภค รวมทั้งเปนการปองกันความเสียหายอันอาจจะเกิดแกกิจการอุตสาหกรรม และเศรษฐกิจของ ประเทศ 2 ) ผู ซึ ่ งได รับผลกระทบจากการบังคับใช กฎหมายได แก ผู ทํา ผู นําเข า และผู จําหนาย ผลิตภัณฑอุตสาหกรรมเหล็กกลาทรงแบนเคลือบสังกะสีผสมอะลูมิเนียม 0.5 % ขึ้นไปและแมกนีเซียม 0.4 % ขึ้นไป โดยกรรมวิธีจุ มรอน โดยมีผลกระทบในดานสิทธิเสรีภาพของบุคคล ดังกลาว เนื่ องจาก ผู ทํา หรือ ผู นําเขา ผลิตภัณฑอุตสาหกรรมดังกลาว จะตองขอรับ ใบอนุญาตตามมาตรา 20 หรือมาตรา 21 แหงพระราชบัญญัติมาตรฐาน ผลิตภัณฑอุตสาหกรรม พ.ศ. 2511 ซึ่งแกไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติมาตรฐานผลิตภัณฑอุตสาหกรรม (ฉบับที่ 8 ) พ.ศ. 2562 และ ผูจําหนาย จะตองจําหนายผลิตภัณฑอุตสาหกรรมดังกลาวที่ไดรับใบอนุญาต มีการแสดงเครื่องหมาย มาตรฐานและเปนไปตามมาตรฐาน 4. เรื่อง รางกฎกระทรวงกําหนดใหผลิตภัณฑอุตสาหกรรมเหล็กกลาทรงแบนเคลือบสังกะสีผสมอะลูมิเนียม 5 % ขึ้นไป และแมกนีเซียม 2 % ขึ้นไป โดยกรรมวิธีจุมรอน ตองเปนไปตามมาตรฐาน พ.ศ. .... คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบรางกฎกระทรวงกําหนดใหผลิตภัณฑอุตสาหกรรมเหล็กกลาทรงแบน เคลือบสังกะสีผสมอะลูมิเนียม 5 % ขึ้นไป และแมกนีเซียม 2 % ขึ้นไป โดยกรรมวิธีจุมรอน ตองเปนไปตามมาตรฐาน พ.ศ. ... ตามที่กระทรวงอุตสาหกรรม (อต.) เสนอ ซึ่งสํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจพิจารณาแลว และให ดําเนินการตอไปได สาระสําคัญของเรื่อง 1. ใน ปจจุบัน มาตรฐานของกลุมผลิตภัณฑอุตสาหกรรมเหล็กกลาทรงแบนเคลือบโลหะและเคลือบสี และเหล็กกลาทรงแบนเคลือบอะลูมิเนียมผสมสังกะสีและแมกนีเซียม (มาตรฐานเลขที่ มอก . 2981 - 2562 ) ประกาศใชโดยประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม ฉบับที่ 5463 (พ.ศ. 2562 ) ออกตามความในพระราชบัญญัติมาตรฐาน ผลิตภัณฑอุตสาหกรรม พ.ศ. 2511 เรื่อง กําหนดมาตรฐานผลิตภัณฑอุตสาหกรรมเหล็กกลาทรงแบนเคลือบสังกะสี ผสมอะลูมิเนียม 5% ถึง 13 % และแมกนีเซียม 2 % ถึง 4 % โดยกรรมวิธีจุมรอน ลงวันที่ 16 กันยายน 2562 (มาตรฐาน ทั่วไป) 2. โดยที่เหล็กแผนเคลือบที่นําเขามาจากตางประเทศนั้นมีคุณภาพที่ต่ํา ซึ่งเมื่อนําไปใชงานในการ เปนวัตถุดิบภาคอุตสาหกรรมตาง ๆ เชน เครื่องซักผา ตูเย็น โครงสรางรถยนต เหล็กแผนเคลือบดังกลาวจะเกิดสนิม ไดเร็วและมีอายุการใชงานที่สั้น ซึ่งไมมีความทนทาน ตอการใชงาน กลุม 7 สมาคมผูประกอบการอุตสาหกรรมเหล็ก ไทย และสํานักงานมาตรฐานผลิตภัณฑอุตสาหกรรม (สมอ.) ในคราวประชุม เมื่อวันที่ 10 สิงหาคม 2565 จึงไดมีมติ เสนอใหเรงดําเนินการบังคับมาตรฐานของกลุมผลิตภัณฑอุตสาหกรรมเหล็กกลาทรงแบนเคลือบโลหะและเคลือบสี และเหล็กกลาทรงแบนเคลือบอะลูมิเนียมผสมสังกะสีและแมกนีเซียม ซึ่งตอมาสมาคมการคาผูผลิตเหล็กแผนเคลือบ สังกะสี ไดมีหนังสือลงวันที่ 31 สิงหาคม 2565 เสนอใหพิจารณาผลิตภัณฑอุตสาหกรรมเหล็กกลาทรงแบนเคลือบ สังกะสีผสมอะลูมิเนียม 5 % ถึง 13% และแมกนีเซียม 2 % ถึง 5 % โดยกรรมวิธีจุมรอน ตองเปนไปตามมาตรฐาน เพื่อใหผูบริโภคไดใชผลิตภัณฑอุตสาหกรรมที่มีคุณภาพเหมาะสมตามมาตรฐาน มีความปลอดภัยตอการใชงานและ เปนการควบคุมคุณภาพผลิตภัณฑอุตสาหกรรมดังกลาว โดยคณะกรรมการมาตรฐานผลิตภัณฑอุตสาหกรรม (กมอ.) ไดประชุมในวันที่ 16 พฤษภาคม 2566 เห็นชอบการพิจารณากําหนดใหผลิตภัณฑอุตสาหกรรมเหล็กกลาทรงแบน เคลือบสังกะสีผสมอะลูมิเนียม 5 % ถึง 13% และแมกนีเซียม 2 % ถึง 4 % โดยกรรมวิธีจุมรอน ตองเปนไปตาม มาตรฐานเลขที่ มอก. 2981 - 2562 3. สมอ. ไดดําเนินการทบทวนและ จัดทํารางผลิตภัณฑอุตสาหกรรมเหล็กกลาทรงแบนเคลือบ สังกะสีผสมอะลูมิเนียม 5 % ขึ้นไป และแมกนีเซียม 2 % ขึ้นไป โดยกรรมวิธีจุมรอน ซึ่ง กมอ. ในคราวประชุมครั้งที่ 738-7/2567 เมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม 2567 ไดเห็นชอบรางมาตรฐานผลิตภัณฑอุตสาหกรรมเหล็กกลาทรงแบนเคลือบ 9 สังกะสีผสมอะลูมิเนียม 5 % ขึ้นไป และแมกนีเซียม 2 % ขึ้นไป โดยกรรมวิธีจุมรอน มาตรฐานเลขที่ มอก. 2981 -25xx (ยกเลิกและกําหนด) โดยอางอิงตามมาตรฐานจากประเทศญี่ปุนและประเทศออสเตรเลีย ในการ เพิ่มชั้น คุณภาพของมวลเคลือบ เพื่อใหเหล็กแผนเคลือบมีคุณภาพ ที่ไดมาตรฐานและครอบคลุมตอการนํามาใชเปน วัตถุดิบในภาคอุตสาหกรรมปจจุบัน 4. สมอ. ไดจัดทําประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม เรื่อง กําหนดมาตรฐานผลิตภัณฑอุตสาหกรรมเหล็กกลา ทรงแบนเคลือบสังกะสีผสมอะลูมิเนียม 5 % ขึ้นไป และแมกนีเซียม 2 % ขึ้นไป โดยกรรมวิธีจุมรอน พ.ศ. 2567 ประกาศ ณ วันที่ 14 พฤศจิกายน 2567 โดยประกาศดังกลาวใหมีผลเมื่อพนกําหนด 120 วันนับแตวันประกาศใน ราชกิจจานุเบกษาเปนตนไป (มีผลเมื่อวันที่ 2 เมษายน 2568 ) 5. ในการประชุม กมอ. ครั้งที่ 751-8/2568 เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2568 ที่ ประชุมไดมีมติเห็นชอบ กําหนดใหผลิตภัณฑอุตสาหกรรมเหล็กกลาทรงแบนเคลือบสังกะสีผสมอะลูมิเนียม 5 % ขึ้นไป และแมกนีเซียม 2 % ขึ้นไป โดยกรรมวิธีจุมรอน ตองเปนไปตามมาตรฐานเลขที่ มอก. 2981 - 2567 แลวให สมอ. ดําเนินการ ตอไป 6. สมอ. ได ดําเนิ นการจั ดทํารายงานสรุ ปผลการรั บฟ งความคิ ดเห็ นและรายงาน การวิ เคราะห ผลกระทบที ่ อาจเกิ ดขึ ้ นจากกฎหมาย ประกอบการจั ดทําร างกฎกระทรวงกําหนด ใหผลิตภัณฑอุตสาหกรรมเหล็กกลาทรงแบนเคลือบสังกะสีผสมอะลูมิเนียม 5 % ขึ้นไป และแมกนีเซียม 2 % ขึ้นไป โดยกรรมวิธีจุมรอน ตองเปนไปตามมาตรฐาน พ.ศ. . ... โดยไดเผยแพรเอกสารดังกลาวผานชองทางเว็บไซตของ สมอ. ดวยแลว 7. รางกฎกระทรวงดังกลาวมีสาระสําคัญ ดังนี้ 1) กําหนดใหผลิตภัณฑอุตสาหกรรมเหล็ก ผลิตภัณฑอุตสาหกรรมเหล็กกลาทรงแบน เคลือบสังกะสีผสมอะลูมิเนียม 5 % ขึ้นไป และแมกนีเซียม 2 % ขึ้นไป โดยกรรมวิธีจุมรอน ตองเปนไปตามมาตรฐาน เลขที่ มอก. 2981 - 2567 ตามประกาศเรื่อง กําหนดมาตรฐานผลิตภัณฑอุตสาหกรรมเหล็กกลาทรงแบนเคลือบ สังกะสีผสมอะลูมิเนียม 5 % และแมกนีเซียม 2 % ขึ้นไป โดยกรรมวิธีจุมรอน พ.ศ. 2567 ประกาศ ณ วันที่ 14 พฤศจิกายน 2567 2 ) กําหนดใหมีผลใชบังคับเมื่อพนกําหนด 90 วันนับแตวันประกาศราชกิจจานุเบกษาเปน ตนไป ประโยชนและผลกระทบของรางกฎกระทรวง 1. ผลิ ตภั ณฑ อุ ตสาหกรรมตามร างกฎกระทรวงนี ้ เป นผลิ ตภั ณฑ ที ่ ใช ในงานหลายชนิด อาทิ อุตสาหกรรมผลิตรถยนต เครื่องใชไฟฟา กอสราง งานโครงสรางหรือหลังคาอาคาร หากไมมีการควบคุมคุณภาพ ของผลิตภัณฑอุตสาหกรรมใหเปนไปตามมาตรฐาน ก็ยอมมีโอกาสที่จะเกิดความเสียหายตอทรัพยสินของประชาชน จากการใชผลิตภัณฑอุตสาหกรรมที่ไมมีคุณภาพและอาจกอใหเกิดความเสียหายตอกิจการอุตสาหกรรม ดังนั้น จึงตอง มีการควบคุมเกี่ยวกับความปลอดภัย เพื่อใหปองกันความเสียหายแกชีวิต รางกาย และทรัพยสินของประชาชน ผูบริโภค รวมทั้งเปนการปองกันความเสียหายอันอาจจะเกิดแกกิจการอุตสาหกรรม และเศรษฐกิจของประเทศ 2. ผูไดรับผลกระทบจากการบังคับใชกฎหมาย ไดแก ผูทํา ผูนําเขา และ ผูจําหนาย เหล็กแผน เคลือบ ซึ่งจะไดรับผลกระทบในดานเสรีภาพ เนื่องจาก ผูทํา หรือ ผูนําเขา ผลิตภัณฑอุตสาหกรรมดังกลาว จะตอง ขอรับใบอนุญาต ตามมาตรา 20 หรือมาตรา 21 แหงพระราชบัญญัติมาตรฐานผลิตภัณฑอุตสาหกรรม พ.ศ. 2511 และที่แกไขเพิ่มเติม และ ผูจําหนาย จะตองจําหนายผลิตภัณฑอุตสาหกรรมดังกลาวที่ไดรับใบอนุญาต และเปนไปตาม มาตรฐาน 5. เรื่อง รางพระราชกฤษฎีกากําหนดระยะเวลาเริ่มดําเนินการจัดเก็บเงินสะสมและเงินสมทบกองทุนสงเคราะห ลูกจาง พ.ศ. .... รางกฎกระทรวงกําหนดอัตราเงินสะสมและเงินสมทบกองทุนสงเคราะหลูกจาง พ.ศ. ... และราง 10 กฎกระทรวงกําหนดหลักเกณฑและวิธีการจัดการสงเคราะหแกลูกจางในกรณีที่ลูกจางออกจากงานหรือตาย (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ... รวม 3 ฉบับ คณะรัฐมนตรีพิจารณาอนุมัติหลักการตามที่กระทรวงแรงงาน (รง ) เสนอ ดังนี้ 1. รางพระราชกฤษฎีกากําหนดระยะเวลาเริ่มดําเนินการจัดเก็บเงินสะสมและเงินสมทบกองทุน สงเคราะหลูกจาง พ.ศ. .... ซึ่งมีสาระสําคัญเปนการเลื่อนระยะเวลาเริ่มดําเนินการจัดเก็บเงินสะสมและเงินสมทบ กองทุนสงเคราะหลูกจาง ออกไปอีก 3 เดือน จากวันที่ 1 ตุลาคม 2569 เปนวันที่ 1 มกราคม 2570 2. รางกฎกระทรวงกําหนดอัตราเงินสะสมและเงินสมทบกองทุนสงเคราะหลูกจาง พ.ศ. .... ซึ่งมี สาระสําคัญเปนการเลื่อนระยะเวลาการจายเงินสะสมและเงินสมทบเขากองทุนสงเคราะหลูกจางออกไปเปนวันที่ 1 มกราคม 2570 ใหสอดคลองกับรางพระราชกฤษฎีกา ตามขอ 1. 3. รางกฎกระทรวงกําหนดหลักเกณฑและวิธีการจัดการสงเคราะหแกลูกจางในกรณีที่ลูกจางออก จากงานหรือตาย (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ซึ่งมีสาระสําคัญเปนการแกไขเพิ่มเติม วันใชบังคับกฎกระทรวงกําหนด หลักเกณฑและวิธีการจัดการสงเคราะหแกลูกจางในกรณีที่ลูกจางออกจากงานหรือตาย พ.ศ. 2567 และที่แกไข เพิ่มเติม โดยใหใชบังคับตั้งแตวันที่ 1 มกราคม 2570 เปนตนไป เพื่อใหสอดคลองกับรางพระราชกฤษฎีกาตามขอ 1. สาระสําคัญของเรื่อง 1. เนื ่ องจาก สถานการณ อุ ทกภั ย ตั ้ งแต วั นที่ 25- 29 กั นยายน 2569 ที่ผ านมาส งผลให สถานประกอบกิจการและลูกจางในพื้นที่ประสบภัยไดรับผลกระทบ และไดรับความเดือดรอนในวงกวาง นายจาง บางสวนตองหยุดหรือชะลอการดําเนินกิจการ มีรายไดลดลง ในขณะเดียวกัน ลูกจางบางสวนก็ไดรับผลกระทบจาก การเดินทางและ การทํางานที่หยุดชะงัก ขาดรายได หรือตองนําเงินไปใชซอมแซมที่อยูอาศัยและดํารงชีพ ประกอบ กับ เศรษฐกิจไทยยังเผชิญขอจํากัด ในการขยายตัวเนื่องดวย ความไมแนนอนของเศรษฐกิจโลก ความขัดแยงใน ตะวันออกกลาง ความผันผวนของตนทุนพลังงาน และความตึงเครียดทางการคาซึ่งเปนปจจัยกดดันตอตนทุนการ ผลิต การสงออก และกําลังซื้อของประชาชน สงผลใหผูประกอบกิจการ โดยเฉพาะวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดยอม ตองบริหารสภาพคลองอยางระมัดระวัง นอกจากนี้ ยังมีความเสี่ยงตอความมั่นคงในการจางงานหากกิจการฟนตัว ลาชาอีกดวย การเริ่มจัดเก็บเงินสะสมและเงินสมทบฯ ในวันที่ 1 ตุลาคม 2569 ตามพระราชกฤษฎีกาและ กฎกระทรวงฉบับปจจุบันจึงอาจเพิ่มภาระทางการเงินและการดํารงชีพของลูกจาง รวมถึงอาจสงผลกระทบตอสถาน ประกอบกิจการในชวงที่ตองเรงฟนฟูจากผลกระทบดังกลาว ซึ่ง รง. พิจารณาแลวเห็นควร ดําเนินการชวยเหลือ นายจางและลูกจางโดย เลื่อนระยะเวลาเริ่มดําเนินการจัดเก็บ เงินสะสมและเงินสมทบฯ ออกไปกอน 2. ในคราวประชุ ม คณะกรรมการกองทุ นสงเคราะห ลู กจ าง ครั ้ งที่ 10/2569 เมื ่ อวั นที่ 2 ตุลาคม 2569 ซึ่งประกอบดวยผูแทนฝายลูกจาง ผูแทนฝายนายจาง และผูแทนภาครัฐ ที่ประชุมพิจารณาแลวมี ความเห็น ดังนี้ 2.1 ผูแทนฝายลูกจางเห็นวา หากมีความจําเปนตองเลื่อนระยะเวลาเริ่มดําเนินการจัดเก็บ เงินสะสมและเงินสมทบฯ ควรเลื่อนออกไปอีก 3 เดือน โดยตองเปนการเลื่อนครั้งสุดทาย 2.2 ผู แทนฝายนายจางเห็นวา ควรเลื่ อนออกไปอีก 3 เดือน หรือ 6 เดือน - 1 ป โดยตองเปนการเลื่อนครั้งสุดทาย 2.3 ผูแทนภาครัฐเห็นวา หากมีความจําเปนตองเลื่อนระยะเวลาเริ่มดําเนินการจัดเก็บเงิน สะสมและเงินสมทบฯ หนวยงานที่รับผิดชอบจะเสนอความเห็นตอรัฐมนตรีวาการกระทรวงแรงงานเพื่อประกอบการ พิจารณาของคณะรัฐมนตรีตอไป 3. รง. ไดพิจารณาความเห็นของคณะกรรมการกองทุนสงเคราะหลูกจาง ตามขอ 2. แลวจึงได จัดทํารางพระราชกฤษฎีกาและรางกฎกระทรวงรวม 3 ฉบับ เพื่อเลื่อนระยะเวลาเริ่มดําเนินการจัดเก็บเงินสะสม และเงินสมทบฯ ออกไปอีก 3 เดือน จากวันที่ 1 ตุลาคม 2569 เปนวันที่ 1 มกราคม 2570 ซึ่งจะชวย บรรเทาความ 11 เดือดรอน ใหลูกจางและนายจางมีเวลาฟนฟูฐานะทางเศรษฐกิจและเอื้อใหการเริ่มจัดเก็บเงินสะสมและเงินสมทบ กองทุนสงเคราะหลูกจางเปนไปอยางมีประสิทธิภาพ โดยมีสาระสําคัญสรุปได ดังนี้ 3.1 รางพระราชกฤษฎีกากําหนดระยะเวลาเริ่มดําเนินการจัดเก็บเงินสะสมและเงิน สมทบกองทุนสงเคราะหลูกจาง พ.ศ. .... มีสาระสําคัญเปนการ ยกเลิก พระราชกฤษฎีกาการกําหนดระยะเวลาเริ่ม ดําเนินการจัดเก็บเงินสะสมและเงินสมทบกองทุนสงเคราะหลูกจาง พ.ศ. 2568 เพื่อเลื่อนระยะเวลาเริ่มจัดเก็บ เงิน สะสมและเงินสมทบฯ จาก เดิม กําหนดใหดําเนินการจัดเก็บเงินสะสมและเงินสมทบฯ ตั้งแตวันที่ 1 ตุลาคม 2569 เปน ตนไป เปน “ใหดําเนินการจัดเก็บเงินสะสมและเงินสมทบกองทุนสงเคราะหลูกจาง ตั้งแตวันที่ 1 มกราคม 2570 เปนตนไป” 3.2 รางกฎกระทรวงกําหนดอัตราเงินสะสมและเงินสมทบกองทุนสงเคราะหลูกจาง พ.ศ. .... มีสาระสําคัญเปนการ ยกเลิก กฎกระทรวงกําหนดอัตราเงินสะสมและเงินสมทบกองทุนสงเคราะหลูกจาง พ.ศ. 2568 โดยใหมีผลใชบังคับตั้งแตวันที่ 1 มกราคม 2570 เปนตนไป ใหสอดคลองกับรางพระราชกฤษฎีกากําหนด ระยะเวลาเริ่มดําเนินการจัดเก็บเงินสะสมและเงินสมทบกองทุนสงเคราะหลูกจาง พ.ศ. .... ซึ่งอัตราเงินสะสมและเงิน สมทบที่ยังคงเปนอัตราเดิม ดังนี้ • ตั้งแตวันที่ 1 มกราคม 2570 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2575 (ระยะ 5 ปแรก) (จาก เดิม ตั้งแตวันที่ 1 ตุลาคม 2569 ถึงวันที่ 30 กันยายน 2574) ใหเปนไปตามอัตราตอไปนี้ ผูจายเงินสะสมและเงินสมทบ อัตราเงินสะสมและเงินสมทบเปนรอยละ ของคาจางของลูกจางซึ่งเปนสมาชิกกองทุนสงเคราะหลูกจาง 1. เงินสะสมของ ลูกจาง 2. เงินสมทบของ นายจาง 0.25 0.25 • ตั้งแตวันที่ 1 มกราคม 2575 เปนตนไป (จาก เดิม ตั้งแตวันที่ 30 กันยายน 2574 เปนตนไป) ใหเปนไปตามอัตรา ตอไปนี้ ผูจายเงินสะสมและเงินสมทบ อัตราเงินสะสมและเงินสมทบเปนรอยละ ของคาจางของลูกจางซึ่งเปนสมาชิกกองทุนสงเคราะหลูกจาง 1. เงินสะสมของ ลูกจาง 2. เงินสมทบของ นายจาง 0.5 0.5 3.3 รางกฎกระทรวงกําหนดหลักเกณฑและวิธีการจัดการสงเคราะหแกลูกจางในกรณีที่ลูกจาง ออกจากงานหรือตาย (ฉบับที่ .) พ.ศ . .... มีสาระสําคัญเปนการแกไขเพิ่มเติมกฎกระทรวงกําหนดหลักเกณฑและ วิธีการจัดการสงเคราะหแกลูกจางในกรณีที่ลูกจางออกจากงานหรือตาย พ.ศ. 2567 และที่แกไขเพิ่มเติม เพื่อ เลื่อน ระยะเวลาการใชบังคับ กฎกระทรวงดังกลาวใหสอดคลองกับรางพระราชกฤษฎีกากําหนดระยะเวลาเริ่มดําเนินการ จัดเก็บเงินสะสมและเงินสมทบกองทุนสงเคราะหลูกจาง พ.ศ. .... และรางกฎกระทรวงกําหนดอัตราเงินสะสมและเงิน สมทบกองทุนสงเคราะหลูกจาง พ.ศ. . ... โดยใหมีผลใชบังคับตั้งแตวันที่ 1 มกราคม 257 0 เปนตนไป 6. เรื่ อง รางกฎ ก.พ. วาดวยการใหขาราชการพลเรือนสามัญไดรับเงินประจําตําแหน ง (ฉบับที่ .. ) พ.ศ. .... คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติรางกฎ ก.พ. วาดวยการใหขาราชการพลเรือนสามัญไดรับเงินประจํา ตําแหนง (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ตามที่คณะกรรมการขาราชการพลเรือนเสนอ โดยใหสํานักงาน ก.พ. รับขอสังเกตของ สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาไปพิจารณาดําเนินการ กอนสงไปยังสํานักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีเพื่อประกาศใน ราชกิจจานุเบกษาตอไป รวมทั้งใหกระทรวงสาธารณสุขรับความเห็นของกระทรวงการคลังและสํานักงบประมาณไปพิจารณา ดําเนินการตอไปดวย 12 สาระสําคัญของเรื่อง 1. รางกฎ ก.พ. วาดวยการใหขาราชการพลเรือนสามัญไดรับเงินประจําตําแหนง (ฉบับที่ .. ) พ.ศ. .... มีสาระสําคัญเปนการ แกไขเพิ่มเติมกฎ ก.พ. วาดวยการใหขาราชการพลเรือนสามัญไดรับเงินประจําตําแหนง พ.ศ. 2567 โดย เพิ่มเติม (1 ) สายงานกําหนดอาหาร (นักกําหนดอาหาร) [เพิ่มขอ 2/1 )] (2 ) สายงานปฏิบัติการฉุกเฉินการแพทย (นักฉุกเฉินการแพทย) [เพิ่มขอ 9/1 )] (3 ) สายงานสาธารณสุข (นักสาธารณสุข) [เพิ่มขอ 30/1 )] เพื่อใหผูดํารงตําแหนงดังกลาวใน ระดับชํานาญการ และ ระดับชํานาญการพิเศษ ไดรับเงินประจําตําแหนงในอัตรา ดังนี้ ตําแหนงประเภทวิชาการ ระดับ อัตราเงินประจําตําแหนง ชํานาญการ 3,500 บาท ชํานาญการพิเศษ 5, 600 บาท 2. โดยที่รางกฎ ก.พ. ดังกลาวไดผานการพิจารณาตรวจรางจาก อ.ก.พ. วิสามัญเกี่ยวกับกฎหมาย และระเบียบแลว ซึ่งมีผูทรงคุณวุฒิที่เปนกรรมการกฤษฎีกา รวมอยูดวย ภายหลังจากที่คณะรัฐมนตรีไดอนุมัติราง กฎ ก.พ. ดังกลาวแลว จึงสามารถประกาศในราชกิจจานุเบกษาเพื่อใหใชบังคับตอไปได โดย ไมตองสงสํานักงาน คณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจพิจารณาอีก ทั้งนี้ ตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 22 มิถุนายน 2564 (ตามขอ 4.4 ) 3. ก.พ. ไดเสนอรายละเอียดขอมูลที่ หนวยงานของรัฐตองเสนอพรอมกับการขออนุมัติตอ คณะรัฐมนตรีตาม มาตรา 27 แหงพระราชบัญญัติวินัยการเงินการคลังของรัฐ พ.ศ. 2561 มาดวยแลว โดยมี ประมาณ การรายจาย ดังนี้ (1 ) กรณีตําแหนงนักกําหนดอาหาร สธ. จะนําตําแหนง นักโภชนาการ ระดับปฏิบัติการหรือชํานาญการ จํานวน 543 ตําแหนง ตําแหนง นักวิชาการสาธารณสุข ระดับปฏิบัติการหรือชํานาญการ จํานวน 2 ตําแหนง และตําแหนง โภชนาการ ระดับปฏิบัติงานหรือชํานาญงาน จํานวน 19 ตําแหนง มา เปลี่ยนชื่อตําแหนงในสายงานเปนตําแหนงนักกําหนด อาหาร ระดับปฏิบัติการหรือชํานาญการ ซึ่งจะมีคาใชจายดานบุคลากร เพิ่มขึ้น 24,955, 680 บาทตอป (2 ) กรณีตําแหนงนักฉุกเฉินการแพทย สธ. จะนําตําแหนงนักวิชาการสาธารณสุข ระดับปฏิบัติการหรือชํานาญการ จํานวน 78 ตําแหนง มาเปลี่ยนชื่อตําแหนงในสายงานเปนตําแหนงนักฉุกเฉินการแพทย ระดับปฏิบัติการหรือชํานาญการ ซึ่งจะมี คาใชจายดานบุคลากร เพิ่มขึ้น 3,276, 000 บาทตอป (3 ) กรณีตําแหนงนักสาธารณสุข ปจจุบัน สธ. มีตําแหนงนักสาธารณสุข ระดับปฏิบัติการหรือชํานาญการ จํานวน 4,201 ตําแหนง และระดับชํานาญการพิเศษ จํานวน 11 ตําแหนง ซึ่งจะมีคาใชจายดานบุคลากร เพิ่มขึ้น 177,458,400 บาทตอป รวมทั้ง 3 ตําแหนง จะมีรายจายเพิ่มขึ้น 205,690, 080 บาทตอป 4. สวนราชการที่เกี่ยวของ ไดแก กระทรวงการคลัง (กค.) สธ. และสํานักงบประมาณ (สงป.) พิจารณาแลว เห็นชอบกับรางกฎ ก.พ. ในเรื่องนี้ โดย กค. และ สงป. มีความเห็นเพิ่มเติมบางประการ ดังนี้ 1) กค. เห็นวา เมื่อรางกฎ ก.พ. ฉบับนี้มีผลใชบังคับและบรรจุบุคคลใหดํารงตําแหนงและมี สิทธิไดรับเงินประจําตําแหนงดังกลาว สธ. ควรใหความสําคัญกับการควบคุมและกํากับดูแลการดําเนินการดังกลาว รวมทั้งพิจารณาคุณสมบัติของบุคคลที่เหมาะสมกับตําแหนงใหเปนไปตามกฎหมาย ระเบียบ ขอบังคับ และหลักเกณฑ ที่เกี่ยวของเพื่อใหการใชจายงบประมาณมีความคุมคาและเกิดประโยชนสูงสุด สําหรับการจัดสรรงบประมาณให เปนไปตามความเห็นของ สงป. 13 2) สงป. เห็นวา คาใชจายที่อาจจะเกิดขึ้นหลังจากรางกฎ ก.พ. ในเรื่องนี้มีผลใชบังคับแลว เห็นควรใหสวนราชการพิจารณา ปรับแผนการปฏิบัติงานและแผนการใชจายงบประมาณ ที่ไดรับจัดสรรในแผนงาน บุคลากรภาครัฐภายในปงบประมาณนั้นไปดําเนินการในลําดับแรก สําหรับปงบประมาณตอ ๆ ไป ขอใหสวนราชการ จัดทําแผนการปฏิบัติงานและแผนการใชจายงบประมาณเพื่อเสนอขอรับจัดสรรงบประมาณตามขั้นตอนของ กฎหมาย ระเบียบ ขอบังคับ และมติคณะรัฐมนตรีที่เกี่ยวของตามความจําเปนและเหมาะสมตอไป โดย คํานึงถึงความ คุมคาของการใชจายงบประมาณ และประโยชนที่ประชาชนจะไดรับเปนสําคัญ รวมทั้งไมกอใหเกิดภาระทางการเงิน การคลังแกประเทศในระยะยาว และขอใหถือปฏิบัติตามพระราชบัญญัติวินัยการเงินการคลังของรัฐ พ.ศ. 2561 โดย เครงครัดดวย เศรษฐกิจ - สังคม 7. เรื่อง รายงานผลการดําเนินงานการเตรียมความพรอมรับมือสถานการณภัยแลงและสภาพอากาศที่แปรปรวน คณะรัฐมนตรีมีมติรับทราบรายงานผลการดําเนินงานการเตรียมความพรอมรับมือสถานการณภัยแลง และสภาพอากาศที่แปรปรวน ตามที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ (กษ.) เสนอ สาระสําคัญ 1. จากสถานการณการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศสงผลใหปริมาณฝนและการกระจายตัวของฝน มีความแปรปรวนมากขึ้น ประกอบกับแนวโนมการเกิดฝนทิ้งชวงและภัยแลงในหลายพื้นที่ของประเทศ ซึ่งอาจจะ สงผลกระทบตอปริมาณน้ําตนทุนและความมั่นคงดานทรัพยากรน้ําของประเทศ กษ. จึงไดดําเนินมาตรการบริหาร จัดการทรัพยากรน้ําและเตรียมความพรอม รองรับสถานการณดังกลาวภายใตหลักการบริหารจัดการน้ําที่คํานึงถึง ปริมาณน้ําตนทุนและความตองการใชน้ําของทุกภาคสวนเพื่อใหมีน้ําเพียงพอสําหรับการอุปโภคบริโภค การเกษตร และภาคอุตสาหกรรม ควบคูกับการเฝาระวังและแจงเตือนสถานการณ ตลอดจนการเตรียมความพรอมในการให ความชวยเหลือเกษตรกรเพื่อใหสามารถรองรับสถานการณและลดผลกระทบตอประชาชนและภาคการผลิต โดยสรุปผลการดําเนินงานได ดังนี้ 1.1 การจัดสรรน้ําเพื่อการอุปโภคบริโภค โดยไดดําเนินการตามพันธกิจในการบริหาร จัดการน้ําจากอางเก็บน้ําและแหลงน้ําชลประทานใหสอดคลองกับปริมาณน้ําตนทุนและความตองการใชน้ําของแตละ พื้นที่อยางมีประสิทธิภาพและเปนธรรม พรอมทั้งบูรณาการรวมกับสํานักงานทรัพยากรน้ําแหงชาติ (สทนช.) การประปาสวนภูมิภาค การประปานครหลวง องคกรปกครองสวนทองถิ่น และหนวยงานที่เกี่ยวของ ในการสนับสนุน การสงน้ําดิบใหแกระบบประปา รวมทั้งติดตามสถานการณน้ําและปรับการจัดสรรน้ําใหเหมาะสมกับสถานการณเพื่อ ปองกันและลดความเสี่ยงจากการขาดแคลนน้ําในชวงที่เกิดสถานการณภัยแลง 1.2 การบริหารจัดการน้ําและการเตรียมความพรอมภาคการเกษตร โดยไดบริหารจัดการ น้ําภาคการเกษตรใหสอดคลองกับปริมาณน้ําตนทุนและสภาพภูมิอากาศควบคูกับการเตรียมความพรอมภาค การเกษตรอยางเปนระบบผานศูนยปฏิบัติการ ( War Room ) และหนวยงานที่เกี่ยวของ โดยมีการดําเนินงานที่สําคัญ เชน การเฝาระวัง วิเคราะหพื้นที่เสี่ยงและการแจงเตือนภัยลวงหนา สําหรับใชสนับสนุนการตัดสินใจในการบริหาร จัดการสถานการณ รวมถึงกําหนดแนวทางการเตรียมความพรอมและการใหความชวยเหลือเกษตรกรไดอยางเหมาะสม การวางแผนการใชน้ําและการเพาะปลูก ใหสอดคลองกับปริมาณน้ําตนทุนและสภาพภูมิอากาศ โดยสงเสริมการใช น้ําฝนเปนหลักและใชน้ําชลประทานเสริมกรณีฝนทิ้งชวง รวมทั้งสนับสนุนการใชน้ําอยางมีประสิทธิภาพผานระบบ ชลประทาน การสงเสริมและปรับเปลี่ยนรูปแบบการเพาะปลูกใหสอดคลองกับสถานการณน้ําและสภาพอากาศ ตลอดจนเตรียมความพรอมในการใหความชวยเหลือแกเกษตรกรผูประสบภัยอยางทันทวงที 3. การบริหารจัดการน้ําเพื่ อรองรับภาคอุตสาหกรรม โดยไดวางแผนสนับสนุนปริมาณน้ํา ชลประทานจากอางเก็บน้ําใหแกภาคอุตสาหกรรม จํานวน 255 ลานลูกบาศกเมตร หรือประมาณรอยละ 2 ของแผน 14 จัดสรรน้ําทั้งหมด เพื่อรองรับความตองการใชน้ําของภาคอุตสาหกรรม ควบคูกับการจัดสรรน้ําใหแกภาคสวนตาง ๆ ตามลําดับความสําคัญและปริมาณน้ําตนทุนที่มีอยูในแตละพื้นที่ 4. การเพิ่มประสิทธิภาพระบบชลประทานและโครงสรางพื้นฐานดานน้ํา โดยเรงดําเนินการ รวมกับหนวยงานที่เกี่ยวของในการดําเนินการขุดลอกคู คลอง และแหลงน้ําในความรับผิดชอบควบคูกับการกําจัด วัชพืชและสิ่งกีดขวางทางน้ําตามมาตรการรับมือฤดูฝนและมาตรการรองรับฤดูแลงของ สทนช. รวมทั้งไดพิจารณาใช ประโยชนจากเรือสํารวจและวัดระดับน้ําและความลึกทองน้ําอัตโนมัติของกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร วิจัย และนวัตกรรม ในการตรวจสอบสภาพและความลึกของแหลงน้ําตาง ๆ เพื่อใชประกอบการวางแผนขุดลอกและ ปรับปรุงแหลงน้ําใหเหมาะสมกับสภาพพื้นที่ ผลการดําเนินงาน ณ วันที่ 17 กรกฎาคม 2569 สรุปได ดังนี้ รายการ สถานะ ผลงานสะสม (รอยละ) การกําจัดวัชพืชดวยเครื่องจักร วางแผน 6.61 ลานตัน ดําเนินการแลว 5.96 ลานตัน 90.0 การกําจัดวัชพืชดวยแรงงานคน วางแผน 46,823 ไร ดําเนินการแลว 39,986 ไร 85.4 การขุดลอกลําน้ํา วางแผน 274 รายการ ดําเนินการแลว 183 รายการ 67.0 ปริมาณดินขุดลอก วางแผน 24.74 ลานลูกบาศกเมตร ดําเนินการแลว 16.42 ลานลูกบาศกเมตร 67.0 8. เรื่อง ขออนุมัติดําเนินโครงการผันน้ําจากอางเก็บน้ําประแสร - หนองคอ - บางพระ จังหวัดชลบุรี คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติใหกระทรวงเกษตรและสหกรณ (กษ.) โดยกรมชลประทานดําเนินโครงการ ผันน้ําจา