แถลงการณเครือขายเยาวชนสังเกตการณการเลือกตั้งเพื่อประชาธิปไตย (We Watch) ตอกรณีผลการพิจารณาของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) สํานวนการไตสวนการเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.) วันที่ 14 กันยายน 2569 เรื่อง ขอกังวลตอที่มา อํานาจ และแนวทางการพิจารณาของคณะกรรมการการเลือกตั้งตอคดี “โกงเลือก สว.” สืบเนื่องจาก กระบวนการเลือกกันเองของสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ในป 2567 ที่ผานมา ไดปรากฏขอ กลาวหา ขอสังเกต และพยานหลักฐานจากหลายภาคสวน วามีการ “ โกงเลือก สว. ” ซึ่งอาจเชื่อมโยงกันเปน เครือขายขนาดใหญที่มีผูเกี่ยวของจํานวนมาก เกิดขึ้นทั้งในระดับอําเภอ จังหวัด และระดับประเทศ ซึ่งอาจ สงผลตอความสุจริต โปรงใส เปนกลาง และเที่ยงธรรมของการไดมาของ สว.ซึ่งเปนสถาบันทางการเมืองที่ สําคัญของประเทศ เครือขายเยาวชนสังเกตการณการเลือกตั้งเพื่อประชาธิปไตย ( We Watch) ในฐานะองคกรภาค ประชาชนที่ติดตามตรวจสอบกระบวนการเลือกตั้งและการมีสวนรวมของประชาชน มีความกังวลอยางยิ่งตอ ที่มา อํานาจ และแนวทางการพิจารณาของ กกต.ตอกรณีดังกลาว เมื่อวันที่ 14 กันยายนที่ผานมา เนื่องจาก กระทบตอความเชื่อมั่นของประชาชนในหลักนิติรัฐ นิติธรรมในวงกวาง รวมทั้งกระทบตอความชอบธรรมของ สถาบันนิติบัญญัติสําคัญของประเทศ โดยมีขอกังวลและขอเรียกรอง ดังตอไปนี้ ประการแรก ที่ มาของ กกต.ขาดความยึดโยงกับประชาชนอยางสิ้ นเชิงและมีขอครหาเรื่ อง ผลประโยชนทับซอน ( conflict of interest) ซึ่งเปนเรื่องสําคัญอยางยิ่งในประเทศที่กลาววาปกครองดวย ระบอบประชาธิปไตย กลาวคือ กกต.จํานวน 4 คน มาจากการลงมติรับรองโดย สว.ที่มาจากกระบวนการเลือก กันเอง ซึ่งหลายรายมีความเกี่ยวของกับคดี “โกงเลือก สว.” อยูในขณะนี้ สวน กกต.อีก 3 คน มาจากการลง มติรับรองของ สว.ที่มาจากการแตงตั้งของหัวหนาคณะรัฐประหาร เหลานี้สะทอนใหเห็นสภาวะ “งูกินหาง” ของระบบการตรวจสอบถวงดุลที่ “ผลัดกันเกาหลัง” ระหวางผูตรวจสอบและผูถูกตรวจสอบ กระทบความ เชื่อมั่นของประชาชนในดานความเที่ยงธรรมตอการพิจารณา ประการที่สอง ดานบทบาทและอํานาจของ กกต.ถูกขยายขอบเขตและใชเหมือนศาล แมกฎหมาย เลือก สว.กําหนดไวให กกต.มีบทบาทและอํานาจในการสืบสวนหรือไตสวน “ถามีหลักฐานอันควรเชื่อไดวา ผูสมัครหรือผูใดกระทําการอันเปนการทุจริตในการเลือกหรือรูเห็นกับการกระทําของบุคคลอื่น อันทําใหการ เลือกมิไดเปนไปโดยสุจริตหรือเที่ยงธรรม ใหคณะกรรมการยื่นคํารองตอศาลฎีกาเพื่อสั่งใหเพิกถอนสิทธิสมัคร รับเลือกตั้ง หรือเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของผูนั้น” ดังกรณีของพยานรหัสที่ 16/26 ไดเคยใหการไวในสํานวนของกรมสอบสวนคดีพิเศษ ( DSI) และ คณะอนุกรรมการไตสวนชุดที่ 26 ของ กกต. กอนที่พยานรายนี้จะสงหนังสือกลับคําใหการเพียงฉบับเดียว ซึ่ง กกต.นําเหตุความนาเชื่อถือของพยานมากลาวอางในการยกคํารอง ทําใหเกิดขอสังสัยวา ไดมีการชั่งน้ําหนักกับ พยานหลักฐานแวดลอมอื่นหรือไม ไมวาจะเปนขอมูลเสนทางการติดตอทางโทรศัพท หรือพยานบุคคลรายอื่นที่ ถูกอางเปนเครือขายเดียวกัน ทําใหเกิดความกังวลวา กกต.อาจใหความสําคัญกับความนาเชื่อถือของตัวบุคคลและกําลังละเลย หลักฐานอื่น จนยุติการไตสวนตอบุคคลที่ถูกกลาวหาอยูหรือไม อีกทั้ง ไมปรากฏการแสวงหาขอเท็จจริง เพิ่มเติม และไมสงฟองใหศาลฎีกาเปนผูพิจารณาความนาเชื่อถือของพยานและหลักฐานอื่น ดังที่ นายสิทธิโชติ อินทรวิเศษ กกต.เสียงขางนอยกลาววา “เราก็เหมือนกัน หยิบเล็กหยิบนอยมา รวมกันเพื่อใหเห็นวาชางทั้งตัวเปนอยางไร ไมใชแคจับแคงวง แลวบอกวาไมใชชาง ซึ่งก็ถูกนั่นไมใชชาง นั่นแค งวง จับแคหู แลวบอกวาไมใชชาง เมื่อไหรจับผสมกันไดหมดนั่นแหละคือชาง” ซึ่งนายสิทธิโชติมองวา เปน แนวทางเดียวกับการวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ประการที่สาม ขอกังวลตอบรรทัดฐานในการพิจารณาของ กกต.มีความแตกตางกันกับคดีอื่น ยกตัวอยาง กกต.สงฟองตอศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้ง กรณีผูสมัคร สว.สองคนมีการสนทนาผานแอปพลิเค ชันไลนเปนการ “สมยอม” จับคูแลกเปลี่ยนคะแนนกัน และศาลไดวินิจฉัยใหกรณีดังกลาวเปนผลประโยชนที่มิ ชอบดวยกฎหมาย แมจะไมปรากฏผลประโยชนในลักษณะทรัพยสินก็ตาม ทําใหการเลือกมิไดเปนไปโดยสุจริต และเที่ยงธรรม จนนําไปสูการพิพากษาใหเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของผูสมัคร สว.ทั้งสองคนเปนเวลา 10 ป หากใชบรรทัดฐานเดียวกันกับกรณี “โกงเลือก สว.” พยานหลักฐานที่ปรากฏไมเพียงพอตอการพิจารณาวา “มีหลักฐานอันควรเชื่อได” และสงฟองทั้ง 229 คนไดหรือ ประการที่ สี่ ขอสังเกตของ นายสิทธิโชติ อินทรวิเศษ ระบุวา การจัดทําโพยในพื้ นที่ จังหวัด นครศรีธรรมราช ภูเก็ต หนองบัวลําภู อุทัยธานี นครสวรรค และสุโขทัย ไดมีการยึด “โพย” ไดจํานวน 12 โพย ซึ่งผูไดคะแนนสูงสุด 7 อันดับแรกอยูในหมายเลขที่ระบุในโพย ซึ่งสามารถเชื่อมโยงกับผูถูกกลาวหาจึงทําให ความนาเชื่อถือเพียงพอ กลายเปนคําถามสําคัญวา ความสอดคลองเชิงสถิติในลักษณะนี้ยากที่จะอธิบายดวย ความบังเอิญ และเหตุใด กกต.เสียงขางมากจึงยังเห็นวาพยานหลักฐาน “ไมเพียงพอ” ที่จะดําเนินคดีตอ ผูเกี่ยวของ นอกจากนี้ ยังพบพฤติการณการที่ผูสมัครไมเลือกตนเองเกินรอยละ 10 ในหลายกลุมอาชีพอยางมี นัยสําคัญ แมประเด็นดังกลาวจะสิ้นสุดตามบทเฉพาะกาลของรัฐธรรมนูญไปแลว แตนี่อาจเปนประจักษพยาน สําคัญของการเลือก สว.ที่ไมสุจริตเที่ยงธรรม อีกทั้ง คดี “โกงเลือก สว.” ปรากฏหลักฐานที่อาจเชื่อมโยงกัน เปนเครือขายขนาดใหญที่มีผูเกี่ยวของจํานวนมาก แตการพิจารณาของ กกต.กลับแยกเปนรายบุคคล ขาดการ พิจารณาภาพรวมของความเชื่อมโยง ซึ่งอาจสงผลกระทบตอแนวทางการพิจารณาและการตัดสินใจสงฟองตอ ศาลฎีกา ประการที่หา ที่ผานมาเห็นไดวาภาคประชาชนมีความกระตือรือรนเขาไปมีสวนรวมติดตามตรวจสอบ นักการเมืองซึ่งเปนบุคคลสาธารณะ แตกลับถูกฟองรองดําเนินคดีจากบุคคลที่เกี่ยวของ แมอางวาเปนการ ปกปองสิทธิของผูถูกกลาวหา แตอาจถูกมองไดวาเปนการฟองปดปากประชาชน (SLAPP) ซึ่งกลายเปนการกีด กันการมีสวนรวมทางการเมืองตามระบอบประชาธิปไตย ดังนั้น We Watch จึงขอเรียกรองใหผูมีสวนเกี่ยวของจําเปนที่จะตองมีการปกปองสิทธิของประชาชน ที่เขามามีสวนรวมในการติดตามตรวจสอบ รวมถึงผลักดันกฎหมายปองกันการฟองปดปาก (Anti - SLAPP Law) และตองมีการผลักดันกฎหมายวาดวยการไดมาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา ใหรับรองการสังเกตการณอยางของ ภาคประชาชนและตองเขาถึงไดโดยงาย เพื่อปองกันการใชดุลพินิจของเจาหนาที่ที่อาจมีความลักลั่น และสราง การมีสวนรวมของประชาชนในการติดตามตรวจสอบ นอกจากนี้ ขอเรียกรองให กกต.เปดเผยรายละเอียดเหตุผลในการลงมติของ กกต.รายบุคคล เพื่อสราง ความโปรงใสและการมีสวนรวมในการติดตามตรวจสอบของประชาชน We Watch ขอยืนยันวา ระบบการเลือกกันเองผิดหลักการสิทธิมนุษยชนและประชาธิปไตย ระบบ ดังกลาวถูกออกแบบมาเพื่อจํากัดสิทธิและการมีสวนรวมของประชาชน จึงไมควรมีวิธีและกระบวนการเชนนี้ อีกตอไป อยางไรก็ตาม การแกไขปญหาเฉพาะหนาเรื่อง “การโกงเลือก สว.” มีความจําเปนอยางยิ่งที่จะตอง ดําเนินไป พรอมกับการแกไขปญหาเชิงโครงสรางที่ตองมีการปฏิรูป กกต. พรอมกับออกแบบวา สว.จะมีที่มา และอํานาจอยางไร รวมถึงประเทศไทยมีความจําเปนตองมี สว.หรือไม ตนน้ําของโครงสรางทางการเมืองที่บิดเบี้ยวที่แทจริง คือ รัฐธรรมนูญฉบับปจจุบัน ที่กําหนดใหมี สว.ที่ ไมไดยึดโยงกับประชาชนมามีอํานาจในการลงมติรับรอง กกต. และองคกรอิสระอื่น ๆ หากสังคมไทยตองการ คง สว.ไว ที่มาตองมาจากการเลือกตั้งโดยตรงของประชาชนเทานั้น ทั้งนี้ ตองเปดใหประชาชนไดกําหนดวา ตองการสภาเดี่ยวหรือสภาคูดวย ซึ่งผลประชามติเมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธที่ผานมา ไดชี้ขาดแลววาประชาชน สวนใหญตองการเริ่มกระบวนการจัดทํารัฐธรรมนูญฉบับใหม และที่สําคัญคือการเปดโอกาสใหประชาชนมีสวน รวมในการแกไขรัฐธรรมนูญฉบับใหมมากที่สุด We Watch ขอย้ําวา หัวใจของกระบวนการจากนี้ไป ตองเปดใหประชาชนมีสวนรวมในการราง รัฐธรรมนูญฉบับใหมอยางแทจริงและกวางขวางที่สุด เพื่อใหทุกสถาบันทางการเมืองของประเทศ รวมถึง องคกรที่ทําหนาที่จัดและตรวจสอบการเลือกตั้งอยาง กกต.มีที่มายึดโยงกับประชาชนอยางแทจริง ดวยความเคารพตอประชาชนผูเปนเจาของอํานาจอธิปไตย เครือขายเยาวชนสังเกตการณการเลือกตั้งเพื่อประชาธิปไตย (We Watch) 17 กันยายน 2569