1 http://www.thaigov.go.th (โปรดตรวจสอบมติคณะรัฐมนตรีที่เปนทางการจากสํานักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีอีกครั้ง) วันนี้ 1 กันยายน 2569 เวลา 10.00 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีวาการ กระทรวงมหาดไทย เปนประธานการประชุมคณะรัฐมนตรีอยางเปนทางการนอกสถานที่ ครั้งที่ 1/2569 ณ หองคอนเวนชั่น ฮอลล ศูนยประชุมนานาชาติฉลองสิริราชสมบัติครบ 60 ป มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร วิทยาเขตหาดใหญ ตําบลคอหงส อําเภอหาดใหญ จังหวัดสงขลา สรุปสาระสําคัญ ดังนี้ กฎหมาย 1. เรื่อง รางกฎกระทรวงยกเวนคาธรรมเนียมใหแกผูประกอบกิจการโรงงานซึ่งโรงงานตั้งอยูในเขตทองที่ จังหวัดนราธิวาส จังหวัดปตตานี จังหวัดยะลา และจังหวัดสงขลาเฉพาะในเขตทองที่อําเภอจะนะ อําเภอเทพา อําเภอนาทวี และอําเภอสะบายอย พ.ศ. .... 2. เรื่อง รางกฎกระทรวงการขออนุญาตและการอนุญาตทําประโยชนในเขตปา พ.ศ. .... 3. เรื่อง รางประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การใหใชบังคับผังเมืองรวมเมืองสงขลา พ.ศ. .... เศรษฐกิจ - สังคม 4. เรื่อง รับทราบผลการศึกษาการจัดตั้งกองทุนเพื่อการสงเคราะหและฟนฟูผูประสบสาธารณภัย และ อนุมัติหลักการระบบประกันภัยที่จะนํามาใชในการบริหารจัดการความเสียหายจากภัยพิบัติ 5. เรื่อง ยุทธศาสตรดานเทคโนโลยีระบบรางของประเทศ พ.ศ. 2571 – 2575 6. เรื่อง ขอทบทวนมติคณะรัฐมนตรีเกี่ยวกับการจัดงานมหกรรมพืชสวนโลกจังหวัดนครราชสีมา พ.ศ. 2572 7. เรื่อง สรุปผลการปฏิบัติราชการของคณะรัฐมนตรีในพื้นที่กลุมจังหวัดภาคใต 8. เรื่อง ผลการประชุมเชิงปฏิบัติการ (Workshop) ในพื้นที่ 5 จังหวัดภาคใต (จังหวัดสงขลา สตูล ยะลา นราธิวาส และปตตานี) ตางประเทศ 9. เรื่อง การจัดทําหนังสือแลกเปลี่ยนเพื่อแกไขเอกสารขอกําหนดขอบเขตของงาน ( TOR ) แนบทาย บันทึกความเขาใจวาดวยการกอสรางและบํารุงรักษารั้วเดี่ยวบนเสนเขตแดนที่บานดานนอก/ บูกิจกายูฮิตัม 10. เรื่อง แถลงการณรวมวาดวยความเปนหุนสวนทางยุทธศาสตรที่มองไปขางหนาไทย - สิงคโปร 11. เรื่อง การรับรองปฏิญญาระดับรัฐมนตรีวาดวยกําลังคนดานสุขภาพ : ความเสมอภาคในการเขาถึง บริการสุขภาพเฉพาะทางในการประชุมคณะกรรมการองคการอนามัยโลกภูมิภาคเอเชีย ตะวันออกเฉียงใต สมัยที่ 79 แตงตั้ง 12. เรื่อง การแตงตั้งขาราชการพลเรือนสามัญใหดํารงตําแหนงประเภทบริหารระดับสูง (กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร วิจัยและนวัตกรรม) 13. เรื่อง การแตงตั้งขาราชการใหดํารงตําแหนงผูอํานวยการสํานักงบประมาณ (นักบริหารสูง) 14. เรื่อง การแตงตั้งขาราชการใหดํารงตําแหนงเลขาธิการสภาความมั่นคงแหงชาติ 15. เรื่อง การแตงตั้งขาราชการใหดํารงตําแหนงประเภทบริหารระดับสูง ( สํานักนายกรัฐมนตรี) ***************************** 2 กฎหมาย 1. เรื่อง รางกฎกระทรวงยกเวนคาธรรมเนียมใหแกผูประกอบกิจการโรงงานซึ่งโรงงานตั้งอยูในเขตทองที่จังหวัด นราธิวาส จังหวัดปตตานี จังหวัดยะลา และจังหวัดสงขลาเฉพาะในเขตทองที่อําเภอจะนะ อําเภอเทพา อําเภอ นาทวี และอําเภอสะบายอย พ.ศ. .... คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติหลักการรางกฎกระทรวงยกเวนคาธรรมเนียมใหแกผูประกอบกิจการ โรงงานซึ่งโรงงานตั้งอยูในเขตทองที่จังหวัดนราธิวาส จังหวัดปตตานี จังหวัดยะลา และจังหวัดสงขลาเฉพาะในเขต ทองที่อําเภอจะนะอําเภอเทพา อําเภอนาทวี และอําเภอสะบายอย พ.ศ. .... ตามที่กระทรวงอุตสาหกรรม (อก.) เสนอ สาระสําคัญของเรื่อง 1. โดยที่ มาตรา 6 แหงพระราชบัญญัติโรงงาน พ.ศ. 2535 ซึ่งแกไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติ โรงงาน (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2562 บัญญัติใหรัฐมนตรีวาการกระทรวงอุตสาหกรรม มีอํานาจออกกฎกระทรวงกําหนด คาธรรมเนียม ลดหรือยกเวนคาธรรมเนียม ไมเกินอัตราทายพระราชบัญญัตินี้และตอมาไดมีกฎกระทรวงเพื่อใหเปนไป ตามพระราชบัญญัติดังกลาวเกี่ยวกับการเก็บคาธรรมเนียมโรงงานจําพวกที่ 2 และโรงงานจําพวกที่ 3 (โรงงานจําพวก ที่ 1 ไมจําเปนจะตองขอใบอนุญาต และสามารถดําเนินกิจการไดทันทีไมตองขออนุญาต จึงไมมีการเรียกเก็บ คาธรรมเนียมการขออนุญาต) ไดแก กฎกระทรวงกําหนดคาธรรมเนียมการประกอบกิจการโรงงานและใบอนุญาต ตรวจสอบหรือรับรอง พ.ศ. 2563 ซึ่งเปนการกําหนดอัตราคาธรรมเนียมใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงาน คาธรรมเนียมการอนุญาตใหขยายโรงงาน คาธรรมเนียมใบแทนใบอนุญาต คาธรรมเนียมการโอน ใบอนุญาตและ คาธรรมเนียมการแจงกรณีไดรับยกเวนการขยายโรงงานหรือกรณีลดหรือเพิ่มเครื่องจักรแตไมเขาขายขยายโรงงาน หรือการเพิ่มเนื้อที่อาคารโรงงานหรือการกอสรางอาคารโรงงานเพิ่มขึ้น และ กฎกระทรวงกําหนดคาธรรมเนียมรายป สําหรับผูประกอบกิจการโรงงานจําพวกที่ 2 และโรงงานจําพวกที่ 3 พ.ศ. 2563 ซึ่งเปนการกําหนดใหผูประกอบ กิจการโรงงานจําพวกที่ 2 และผูประกอบกิจการโรงงานจําพวกที่ 3 ตองชําระคาธรรมเนียมรายปตั้งแตวันเริ่ม ประกอบกิจการโรงงานตามที่ไดแจงไวและตองชําระคาธรรมเนียมรายปตอไปทุกปเมื่อถึงวันครบกําหนดวันเริ่ม ประกอบกิจการโรงงานดังกลาวในปถัดไป ทั้งนี้ กฎกระทรวงดังกลาวทั้ง 2 ฉบับไดมีผลใชบังคับ เมื่อวันที่ 5 สิงหาคม 2563 ประกอบกับมาตรา 3 วรรคสอง แหงพระราชบัญญัติโรงงาน พ.ศ. 2535 ซึ่ งแกไขเพิ่ มเติมโดย พระราชบัญญัติโรงงาน (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2562 บัญญัติใหคาธรรมเนียมรายปสําหรับโรงงานจําพวก ที่ 2 ที่อยูในเขต องคกรปกครองสวนทองถิ่น (อปท.) ที่รัฐมนตรีแตงตั้งพนักงานเจาหนาที่แลว รัฐมนตรีจะออกกฎกระทรวงลดหรือ ยกเวนคาธรรมเนียมดังกลาวมิไดเวนแตมีเหตุอันสมควรอันเกิดจากภัยธรรมชาติหรือภาวะทางเศรษฐกิจ รัฐมนตรีจะ ออกกฎกระทรวงลดหรือยกเวนคาธรรมเนียมสําหรับ อปท. ที่มีเหตุดังกลาวก็ได 2 ที่ผานมา อก. ได ออกกฎกระทรวงยกเวนคาธรรมเนียม ที่ตองชําระตามพระราชบัญญัติโรงงาน พ.ศ. 2535 ใหแกผูประกอบกิจการโรงงานตั้งอยูในเขตทองที่จังหวัดนราธิวาส จังหวัดปตตานี จังหวัดยะลา และ จังหวัดสงขลาเฉพาะในเขตทองที่อําเภอจะนะ อําเภอเทพา อําเภอนาทวี และอําเภอสะบายอยมาแลว รวม 3 ฉบับ ดังนี้ 1 ) กฎกระทรวงยกเวนคาธรรมเนียมใหแกผูประกอบกิจการโรงงานซึ่งโรงงานตั้งอยูในเขต ทองที่จังหวัดนราธิวาส จังหวัดปตตานี และจังหวัดยะลา พ.ศ. 2552 ซึ่งใชบังคับระหวางป 2553 ถึงป 2557 2) กฎกระทรวงยกเวนคาธรรมเนียมใหแกผูประกอบกิจการโรงงานซึ่งโรงงานตั้งอยูในเขต ทองที่จังหวัดนราธิวาส จังหวัดปตตานี และจังหวัดยะลา พ.ศ. 2558 ซึ่งใชบังคับระหวางป 2558 ถึงป 2562 3) กฎกระทรวงยกเวนคาธรรมเนียมใหแกผูประกอบกิจการโรงงานซึ่งโรงงานตั้งอยูในเขต ทองที่จังหวัดนราธิวาส จังหวัดปตตานี จังหวัดยะลา และจังหวัดสงขลาเฉพาะในเขตทองที่อําเภอจะนะ อําเภอเทพา อําเภอนาทวี และอําเภอสะบายอย พ.ศ. 2564 ซึ่งมีผลใชบังคับเปนระยะเวลา 5 ป ตั้งแตวันที่ 19 มิถุนายน 256 4 ถึง วันที่ 19 มิถุนายน 2569 ( สิ้นผลบังคับใชแลว ) 3. รางกฎกระทรวงยกเวนคาธรรมเนียมใหแกผูประกอบกิจการโรงงานซึ่งโรงงานตั้งอยูในเขตทองที่ จังหวัดนราธิวาส จังหวัดปตตานี จังหวัดยะลา และจังหวัดสงขลาเฉพาะในเขตทองที่อําเภอจะนะ อําเภอเทพา อําเภอ นาทวี และอําเภอสะบายอย พ.ศ. . ... ที่กระทรวงอุตสาหกรรม (อก.) เสนอ มีสาระสําคัญเปนการยกเวน คาธรรมเนียมที่เรียกเก็บตามพระราชบัญญัติโรงงาน พ.ศ. 2535 ใหแกผูประกอบกิจการโรงงานจําพวกที่ 2 1 และ จําพวกที่ 3 2 ทุกขนาด ซึ่งมีโรงงานตั้งอยูในเขตทองที่จังหวัดนราธิวาส จังหวัดปตตานี และจังหวัดยะลา และ 3 จังหวัดสงขลาเฉพาะในเขตทองที่อําเภอจะนะ อําเภอเทพา อําเภอนาทวี และอําเภอสะบายอย เปนระยะเวลา 5 ป ตั้งแตวันที่ 20 มิถุนายน 2569 เปนตนไป 3 โดยยกเวนคาธรรมเนียม ดังนี้ (1 ) ยกเวนคาธรรมเนียมใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงาน 4 คาธรรมเนียมการอนุญาตให ขยายโรงงาน คาธรรมเนียมใบแทนใบอนุญาต 5 คาธรรมเนียมการโอนใบอนุญาต 6 และคาธรรมเนียมการแจงกรณีไดรับ ยกเวนการขยายโรงงานหรือกรณีลดหรือเพิ่มเครื่องจักรแตไมเขาขายขยายโรงงาน รวมถึงการเพิ่มเนื้อที่อาคารโรงงาน หรือการกอสรางอาคารโรงงานเพิ่มขึ้น 7 รวมทั้งคาธรรมเนียมรายป 8 ( 2) ยกเวนคาธรรมเนียมรายปใหแกผูประกอบกิจการโรงงานจําพวกที่ 2 ที่โรงงานตั้งอยู ในเขต อปท. ในพื้นที่ดังกลาว ตามมาตรา 43 วรรคสอง แหงพระราชบัญญัติโรงงาน พ.ศ. 2535 ซึ่งแกไขเพิ่มเติม โดยพระราชบัญญัติโรงงาน (ฉบับที่ 3 ) พ.ศ. 2562 ซึ่งไดถายโอนภารกิจใหพนักงานเจาหนาที่ซึ่งมีอํานาจหนาที่ เกี่ยวกับโรงงานจําพวกที่ 1 และจําพวกที่ 2 ใหแก อปท. จึงทําให อปท. มีอํานาจในการจัดเก็บคาธรรมเนียมดังกลาว ได 4. อก. ไดจัดทํารายงานประมาณการการสูญเสียรายไดและประโยชนที่จะไดรับตามมาตรา 27 แหง พระราชบัญญัติวินัยการเงินการคลังของรัฐ พ.ศ. 2561 แลว โดยคาดวาการยกเวนคาธรรมเนียมรายปสําหรับผู ประกอบกิจการโรงงานจําพวกที่ 2 และโรงงานจําพวกที่ 3 ซึ่งใชขอมูลจากฐานการบังคับใชกฎกระทรวงยกเวน คาธรรมเนียมใหแกผูประกอบกิจการโรงงานซึ่งโรงงานตั้งอยูในเขตทองที่จังหวัดนราธิวาส จังหวัดปตตานี จังหวัด ยะลา และจังหวัดสงขลาเฉพาะในเขตทองที่อําเภอจะนะ อําเภอเทพา อําเภอนาทวี และอําเภอสะบายอย พ.ศ. 2564 มีการใชบังคับมาเปนระยะเวลา 5 ป พบวา มีโรงงานจําพวกที่ 3 จํานวน 666 โรงงานและโรงงานจําพวกที่ 2 จํานวน 17 โรงงาน ซึ่งจะทําใหรัฐสูญเสียรายไดจากคาธรรมเนียมตามกฎหมายวาดวยโรงงาน ประมาณ 13 , 282 , 600 บาท แตการยกเวนคาธรรมเนียมดังกลาวจะเปนการบรรเทาภาระตนทุนและเสริมสรางขวัญกําลังใจ ใหแกผูประกอบกิจการโรงงานในพื้นที่ชวยรักษาฐานการผลิตและการจางงานในพื้นที่ รวมทั้งสนับสนุนการ ประกอบกิจการโรงงานในทองที่ดังกลาว ตลอดจนปองกันการยายฐานการผลิตออกนอกพื้นที่ อันจะนําไปสูการ สรางงานสรางรายได และสงเสริมเศรษฐกิจในพื้นที่ใหมีความมั่นคงและเติบโตอยางตอเนื่อง ____________________________________________________ 1 โรงงานจําพวกที่ 2 คือ โรงงานที่มีแรงมารวมของเครื่องจักรไมเกิน 75 แรงมา และมีคนงานไมเกิน 75 คน เชน โรงงานผลิตน้ําดื่ม ไอศกรีม โรงผลิตน้ําแข็ง โดย ไมตองขออนุญาตในการประกอบกิจการ แตตองแจงใหพนักงานเจาหนาที่ทราบกอนทํางาน เพื่อรับใบ รับแจงการประกอบกิจการโรงงาน จําพวกที่ 2 (รง.2) ทั้งนี้ เปนไปตามมาตรา 11 แหงพระราชบัญญัติโรงงานฯ รวมทั้งจะเสีย คาธรรมเนียมการขออนุญาต การขยาย และคาธรรมเนียมรายปที่กําหนดตามกฎกระทรวง 2 โรงงานจําพวกที่ 3 โรงงานที่มีแรงมารวมของเครื่องจักรมากกวา 75 แรงมา และมีคนงานมากกวา 75 คน หรือเปนโรงงานที่มี มลภาวะ เชน โรงงานผลิตน้ําตาล โรงงานผลิตกระดาษ โรงงานผลิตสุรา โรงกลั่นน้ํามัน โดยตองขออนุญาตกอนเมื่อไดรับใบอนุญาต แลวจึงตั้งโรงงานได เพื่อรับใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงาน (รง. 4 ) และกอนประกอบกิจการโรงงานตองแจง ขอประกอบกิจการ กอน ทั้งนี้ เปนไปตามมาตรา 12 แหงพระราชบัญญัติโรงงานฯ รวมทั้งจะตองเสียคาธรรมเนียมใบอนุญาตประกอบกิจการ (รง. 4 ) การ ขยายและคาธรรมเนียมรายปที่กําหนดตามกฎกระทรวง 3 สําหรับระยะเวลาในการใชบังคับรางกฎกระทรวงฉบับนี้ เปนการใหสิทธิประโยชนยอนหลังแกผูประกอบการ โดยกําหนดใหยอนหลัง ไปจนถึงวันที่กฎกระทรวงยกเวนคาธรรมเนียมใหแกผูประกอบกิจการโรงงานซึ่งโรงงานตั้งอยูในเขตทองที่จังหวัดนราธิวาส จังหวัด ปตตานี จังหวัดยะลา และจังหวัดสงขลาเฉพาะในเขตหองที่อําเภอจะนะ อําเภอเทพา อําเภอนาทวี และอําเภอสะบายอย พ.ศ. 2564 สิ้นผลใชบังคับแลว และสําหรับผูประกอบการที่ถึงกําหนดระยะเวลาในการชําระคาธรรมเนียมรายปในระหวางที่กฎกระทรวงดังกลาว สิ้นผลใชบังคับ และไดชําระคาธรรมเนียมในประเภทตาง ๆ ไปแลว เมื่อรางกฎกระทรวงฉบับนี้ประกาศราชกิจจานุเบกษาและมีผลใช บังคับสามารถไปขอคืนคาธรรมเนียมที่ไดชําระไปแลวได ณ สํานักงานอุตสาหกรรมจังหวัด หรือ ณ อปท. ที่โรงงานตั้งอยู 4 เชน ใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงานที่ไมใชเครื่องจักร ฉบับละ 1, 000 บาท และใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงานที่ใชเครื่องจักร ตั้งแต 50 แรงมาหรือกําลังเทียบเทาตั้งแต 50 แรงมาแตไมถึง 100 แรงมา ฉบับละ 3, 000 บาท 5 ใบแทนใบอนุญาต ฉบับละ 500 บาท 6 การโอนใบอนุญาต ฉบับละ 1 , 500 บาท 7 การแจงกรณีไดรับยกเวนการขยายโรงงานหรือกรณีลดหรือเพิ่มเครื่องจักรแตไมเขาขายขยายโรงงาน รวมถึงการเพิ่มเนื้อที่อาคาร โรงงานหรือ การกอสรางอาคารโรงงานเพิ่มขึ้น ครั้งละ 1, 500 บาท 4 8 เชน คาธรรมเนียมประกอบกิจการโรงงานที่ไมใชเครื่องจักร ปละ 300 บาท คาธรรมเนียมประกอบกิจการโรงงานที่ใชเครื่องจักรตั้งแต 5 0 แรงมาหรือกําลังเทียบเทาตั้งแต 50 แรงมาแตไมถึง 100 แรงมา ปละ 900 บาท 2. เรื่อง รางกฎกระทรวงการขออนุญาตและการอนุญาตทําประโยชนในเขตปา พ.ศ. .... คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติหลักการรางกฎกระทรวงการขออนุญาตและการอนุญาตทําประโยชนใน เขตปา พ.ศ. .... ตามที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอม (ทส.) เสนอ และใหรับความเห็นของหนวยงานที่ เกี่ยวของไปดําเนินการตอไป สาระสําคัญของเรื่อง 1. รางกฎกระทรวงการขออนุญาตและการอนุญาตทําประโยชนในเขตปา พ.ศ. .... ที่ ทส.เสนอ เปนการดําเนินการตามพระราชบัญญัติปาไม พุทธศักราช 2484 และที่แกไขเพิ่มเติม ซึ่งมี สาระสําคัญ เปนการ ยกเลิก กฎกระทรวงการขออนุญาตและการอนุญาตทําประโยชนในเขตปา พ.ศ. 2558 เพื่อ ปรับปรุง หลักเกณฑและวิธีการใน การขออนุญาตและการอนุญาตทําประโยชนในเขตปา โดย เพิ่มวัตถุประสงค ในการขออนุญาตจากเดิม 10 ประการ เปน 16 ประการ ไดแก 1 ) เพื่อกิจการพลังงานทดแทน 2) เพื่อกิจการโทรคมนาคม 3 ) เพื่อกิจการสาธารณูปโภค 4 ) เพื่อการดําเนินการเกี่ยวกับการจัดการขยะ 5) เพื่อการจัดสวัสดิการกรมปาไม และ 6) เพื่อการเขาทําประโยชนอื่นที่มี วัตถุประสงคเพื่อการพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดลอม หรือความมั่นคง เพื่อใหเหมาะสมและสอดคลองกับ สภาพการณปจจุบัน และครอบคลุมทุกกิจกรรมที่สามารถขออนุญาต และไดกําหนดให สามารถยื่นคําขอไดดวย วิธีการทางอิเล็กทรอนิกส นอกจากนี้ เพื่อจัดระบบการขออนุญาตและการอนุญาตใหมีความชัดเจนยิ่งขึ้น จึงได ปรับปรุงหลักเกณฑและวิธีการที่เกี่ยวของกับลักษณะพื้นที่ที่จะอนุญาต เชน จะตองไมเปนพื้นที่ที่คณะรัฐมนตรีไดมี มติกําหนดหามใชประโยชนไวเฉพาะไมเปนพื้นที่อุทยานแหงชาติหรือเขตรักษาพันธุสัตวปา ไมอยูในเขตพื้นที่ปาชาย เลนอนุรักษหรือเปนพื้นที่ปาชุมชน ( เดิม กําหนดไวจะตองไมเปนพื้นที่ปาที่มีสภาพปาไมสมบูรณ พื้นที่ที่ควรรักษาไว เปนแหลงที่อยูอาศัยของสัตวปา และพื้นที่ที่มีมติคณะรัฐมนตรีกําหนดหามใชประโยชนไวเปนการเฉพาะ) และ ได เพิ่มเติมหลักเกณฑและวิธีการตรวจสภาพปา 1 ในสวนของสวนราชการหรือหนวยงานของรัฐที่ไดรับการผอนผันตาม มติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 23 มิถุนายน 2563 มติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม 2564 และมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ 2568 (มีคําขอจํานวนทั้งสิ้น 187,521 คําขอ ซึ่งหากไดรับการพิจารณารวดเร็ว สวนราชการ ผูขออนุญาตจะไดใชงบประมาณเปนไปตามแผนและที่ไดรับจัดสรร) ที่หนวยตรวจสภาพปาสามารถตรวจสภาพปา ไดโดยการตรวจสอบขอมูลจากเอกสารประกอบคําขอ หรือลงพื้นที่ตรวจสอบ ณ สถานที่จริง ทั้งนี้ เพื่อใหแนว ปฏิบัติการขอใชพื้นที่ในเขตปาตามพระราชบัญญัติปาไมฯ และในเขตปาสงวนแหงชาติเปนไปในแนวทางเดียวกัน ซึ่ง จะเปนการอํานวยความสะดวกใหกับผูขออนุญาตที่มีทั้งเปนหนวยงานของรัฐและภาคเอกชน อีกทั้ง ไดเพิ่มเงื่อนไข แนบทายรางกฎกระทรวง ที่กําหนดใหผูรับอนุญาตตองปฏิบัติตาม (กําหนดขึ้นใหม) เชน เขาทําประโยชนในพื้นที่ ตามที่ไดรับอนุญาตและเปนไปตามวัตถุประสงคที่ขอเทานั้น ตองไมกระทําการหรือละเวนกระทําการอันเปนเหตุให เสียหายแกสภาพปาไมหรือปานอกเขตพื้นที่ที่ไดรับอนุญาต เปนตน รวมถึงได ยกเลิกการจัดเก็บคาธรรมเนียม แบบ พิมพคําขอ คาธรรมเนียมใบอนุญาต คาธรรมเนียมการตออายุใบอนุญาต คาธรรมเนียมการโอนใบอนุญาต และ คาธรรมเนียมใบแทนใบอนุญาตใหเรียกเก็บ แตไดกําหนดใหผูไดรับใบอนุญาต ตองชําระเงินอันเปนคาใชจาย เพื่อให พนักงานเจาหนาที่ไปทําการบํารุงปาหรือปลูกสรางสวนปาตามอัตราที่รัฐมนตรีประกาศกําหนดตามจํานวนพื้นที่ที่ ไดรับอนุญาตในวันที่ มารับใบอนุญาต (เปนไปตามกฎกระทรวง ฉบับที่ 30 พ.ศ. 2566 ออกตามความใน พระราชบัญญัติปาไม พุทธศักราช 2484 วาดวยอัตราคาธรรมเนียมไดกําหนดใหยกเลิกการจัดเก็บคาธรรมเนียม เนื่องจากไมสอดคลองกับสถานการณในปจจุบันและไมคุมคาใชจายในการเรียกเก็บ) 2 2. นอกจากนี้ รางกฎกระทรวงในเรื่ องนี้ ไดมีการปรับปรุงระยะเวลาการอนุญาตสําหรับบาง วัตถุประสงคเดิมและกําหนดระยะเวลาการอนุญาตสําหรับวัตถุประสงคใหม ดังนี้ 2.1 วัตถุประสงคเดิมที่มีการปรับระยะเวลาการอนุญาต 3 วัตถุประสงค อายุเดิม อายุใหม สํารวจแร ไมเกิน 5 ป ไมเกินอายุอาชญาบัตร ทําเหมืองแร ไมเกิน 10 ป ไมเกิน 10 ป และ ไมเกินอายุประทานบัตร ขุดหาแรรายยอยและการรอนแร ไมเกิน 2 ป ไมเกิน 2 ป และ ไมเกินอายุประทานบัตร ผลิตปโตรเลียม ไมเกิน 10 ป ไมเกิน 30 ป และ ไมเกินอายุประทานบัตร 5 เก็บรักษา ขนสง หรือกิจการอันเกี่ยวเนื่อง กับการสํารวจหรือผลิตปโตรเลียม ไมเกิน 10 ป ไมเกิน 30 ป และ ไมเกินอายุประทานบัตร อยูอาศัยหรือประกอบอาชีพเกษตรกรรม ไมเกิน 10 ป ไมเกิน 30 ป จัดเปนที่พักผอนหยอนใจเชิงอนุรักษ (เดิม จัดเปนที่ พั กผอนหยอนใจ) ไมเกิน 10 ป ไมเกิน 30 ป เพาะเลี้ยง ขยายพันธุสัตวปา หรือสวน สัตว ไมเกิน 10 ป ไมเกิน 30 ป ศึกษาหรือวิจัยทางวิชาการ ไมเกิน 2 ป ตามความจําเปนและเหมาะสม แกกิจการ ทั้งนี้ วัตถุประสงคที่ไมมีการปรับระยะเวลาการอนุญาต ไดแก สรางทางขนแรออกจากเขตพื้นที่ ประทานบัตร (ไมเกิน 10 ป) กิจการอันเกี่ยวเนื่องกับการทําเหมืองแร (ไมเกิน 10 ป) สํารวจปโตรเลียมตามสัมปทาน (ไมเกิน 9 ป) ขุดเก็บทราย ลูกรัง หรือดิน (ไมเกิน 5 ป) เพื่อการปลูกสรางสวนปา เดิมคือการปลูกปาหรือทําสวนปา (ไมเกิน 30 ป) สรางศาสนสถาน (ไมเกิน 30 ป) ประโยชนในทางราชการ (ตามความจําเปนและเหมาะสมแกกิจการ) 2.2 วัตถุประสงคใหมตามรางกฎกระทรวง ซึ่งเปนการกําหนดใหระยะเวลาการอนุญาต สอดคลองกับลักษณะของกิจกรรมตั้งแตอดีตถึงปจจุบัน แนวทางการอนุญาตในเขตปาสงวนแหงชาติ และตาม กฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวของ เชน ระเบียบคณะกรรมการพิจารณาการใชประโยชนในเขตปาสงวนแหงชาติ วา ดวยหลักเกณฑ วิธีการ และเงื่อนไข การขออนุญาตและการอนุญาตใหเขาทําประโยชนหรืออยู อาศัยในเขตปาสงวน แหงชาติ พ.ศ. 2568 4 ยกเวน กิจการสาธารณูปโภค ซึ่งไดกําหนดไวเพื่อรองรับการแกไขปญหาที่ดินของราษฎร เชน วางสายเคเบิล วางทอระบายน้ํามายังที่โฉนดของตนเอง โดยใหมีระยะเวลาการอนุญาตไมเกิน 30 ป และ การจัด สวัสดิการกรมปาไม เพื่อรองรับภารกิจหนวยงานของกรมปาไม ในการพิจารณาระยะเวลาการอนุญาตจะ พิจารณา ตามความจําเปนและเหมาะสมแกกิจการ วัตถุประสงค อายุการอนุญาต กิจการพลังงานทดแทน ไมเกิน 30 ป กิจการโทรคมนาคม ไมเกิน 30 ป กิจการสาธารณูปโภค ไมเกิน 30 ป การดําเนินการเกี่ยวกับการจัดการขยะ ไมเกิน 30 ป การจัดสวัสดิ การกรมปาไม ตามความจําเปนและเหมาะสมแกกิจการ การเขาทําประโยชนอื่นที่มีวัตถุประสงคเพื่อการ พัฒนาการเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดลอม และความ มั่นคง ไมเกิน 30 ป 3. ทส. ไดดําเนินการตามกฎกระทรวงกําหนดรางกฎที่ตองจัดใหมีการรับฟงความคิดเห็นและ วิเคราะหผลกระทบ พ.ศ. 2565 และแนวทางการวิเคราะหผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากกฎหมาย (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2565 แลว โดยนํารางกฎกระทรวงดังกลาว รับฟงความคิดเห็นผานทางเว็บไซตของกรมปาไม เว็บไซตของกองการ อนุญาต และเว็บไซตระบบกลางทางกฎหมาย ซึ่งผูแสดงความคิดเห็นสวนใหญเห็นดวย คิดเปนรอยละ 84.78 รวมทั้ง ไดจัดทํารายงานการวิเคราะหผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากกฎหมาย และไดเผยแพรผลการรับฟงความคิดเห็นพรอม รายงานการวิเคราะหผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากกฎหมายผานทางเว็บไซตดังกลาว 4. หนวยงานที่เกี่ยวของพิจารณาแลวเห็นชอบ/ไมขัดของ กับรางกฎกระทรวงดังกลาว โดยมี ความเห็นหรือขอสังเกตเพิ่มเติมบางประการ ไดแก 4.1 กระทรวงเกษตรและสหกรณ เห็นวา ควรกําหนดใหมีหลักเกณฑการตรวจสอบดาน พื้นที่ใหชัดเจนยิ่งขึ้น โดย ไมใหครอบคลุมพื้นที่ปาที่ไดสงมอบใหสํานักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม ดําเนินการแลว 4.2 กระทรวงอุตสาหกรรม เห็นวา เนื่องจากกรณีการขุดหาแรรายยอยและการรอนแรไมได เปนการอนุญาตที่เกี่ยวของกับประทานบัตร คําขอประทานบัตรและคําขอตออายุประทานบัตรแตอยางใด ซึ่งการขุด หาแรรายยอยตองไดรับใบอนุญาตโดยมีอายุไมเกิน 1 ปนับแตวันที่ออก สวนการรอนแรตองไดรับใบรับแจงการรอน แรและขึ้นทะเบียนผูรอนแรโดยมีอายุไมเกิน 1 ปนับแตวันที่ขึ้นทะเบียน 6 4.3 กระทรวงวัฒนธรรม เห็นวา การกําหนดหลักเกณฑเกี่ยวกับพื้นที่ปาที่จะอนุญาตใหใช เพื่อขุดหรือเก็บทราย ลูกรัง หรือดิน ซึ่งมิใชการทําเหมืองแรหรือการขุดหาแรรายยอยและการรอนแรตามกฎหมายวา ดวยแร มีวัตถุประสงคเพื่อปองกันมิใหการดําเนินการดังกลาวสงผลกระทบ ตอโบราณสถาน ดังนั้น พื้นที่ที่จะอนุญาต ดังกลาวควรไมเปนพื้นที่ที่เปนที่ตั้งของโบราณสถานรวมถึงพื้นที่ที่อยูใกลกับโบราณสถาน จึงควรแกไขขอความ ในรางขอ 15 เปน “... พื้นที่ที่เปนที่ตั้งของโบราณสถาน และพื้นที่ที่อยูใกลกับโบราณสถานตามกฎหมายวาดวย โบราณสถานโบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ และพิพิธภัณฑสถานแหงชาติ... ” และใหตัดขอความ “ แหลงโบราณคดี แหลงประวัติศาสตร หรืออุทยานประวัติศาสตร” เนื่องจากพระราชบัญญัติโบราณสถานโบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ และ พิพิธภัณฑสถานแหงชาติ พ.ศ. 2504 และที่แกไขเพิ่มเติม ไดบัญญัติใหโบราณสถานหมายรวมถึงแหลงโบราณคดี แหลงประวัติศาสตร และอุทยานประวัติศาสตรแลว นอกจากนี้ เขตปาที่คณะรัฐมนตรีมีมติใหรักษาไวเปนสมบัติของ ชาติ ซึ่งปจจุบันมีทั้งพื้นที่มีกฎหมายกําหนดเปนปาสงวนแหงชาติ อุทยานแหงชาติ หรือเขตรักษาพันธุสัตวปา และ พื้นที่ที่ยังไมมีกฎหมายคุมครองหรือรับรองโดยตรง แตยังมีสถานะเปนที่ดินของรัฐ ซึ่งกอใหเกิดปญหาในการปฏิบัติ หนาที่ของกรมศิลปากรในการคุมครองและอนุรักษโบราณสถาน จึงควรมีการจัดทํา บัญชีพื้นที่เขตปาตามมติ คณะรัฐมนตรีที่ยังไมมีกฎหมายประกาศคุมครองหรือรับรอง และแนบทายเปนสวนหนึ่งของกฎกระทรวง เพื่อใหเกิด ความชัดเจนและใหผูขออนุญาตสามารถตรวจสอบ พื้นที่ดังกลาวไดในเบื้องตน 4.4 สํานักงาน ก.พ.ร. เห็นวา ควรพิจารณาประเด็น การขยายระยะเวลาการอนุญาต เพื่อ ไมกอใหเกิดการดําเนินการที่ลาชาเกินสมควร (รางขอ 29 กําหนดใหพิจารณาใหแลวเสร็จภายใน 60 วัน ขยายไดไม เกิน 30 วัน) และใหสอดคลองกับหลักการการยื่นคําขอและเอกสารหรือหลักฐานประกอบการพิจารณา ซึ่งเปนไปตาม พระราชบัญญัติการอํานวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตและการใหบริการแกประชาชน พ.ศ. 2569 และ ปรับปรุงใหเปนไปตามหลักการของการไมเรียกรับเอกสารจากประชาชนและการใชระบบอนุญาตและระบบ คณะกรรมการเทาที่จําเปน ตลอดจนเรงดําเนินการปรับปรุงและเผยแพรคูมือสําหรับประชาชนผานระบบสารสนเทศ ของหนวยงานและปดประกาศไว ณ สถานที่ที่กําหนดใหยื่นคําขอ รวมถึงเว็บไซตศูนยรวมขอมูลเพื่อติดตอราชการ 4.5 สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา เห็นวา คณะรัฐมนตรีสามารถอนุมัติหลักการราง กฎกระทรวงดังกลาวได ___________________________ 1 การตรวจสภาพปาเปนขั้นตอนการลงตรวจสอบพื้นที่เพื่อใหไดขอมูลในการจัดทํารายงานผลการตรวจสภาพปาเสนออธิบดีพิจารณา อนุญาต อาทิ ที่ตั้งของพื้นที่ เนื้อที่ อาณาเขตและพื้นที่ติดตอ พันธุไมที่ขึ้นอยู และสภาพปาหลักเกณฑที่กําหนด (รางขอ 12) เชน ไม เปนพื้นที่อุทยานแหงชาติ 2 ประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอม เรื่อง กําหนดใหผูรับอนุญาตทําไมหรือเก็บหาของปา หรือผูรับอนุญาตทํา ประโยชนในเขตปาออกคาใชจายเพื่อใหพนักงานเจาหนาที่ทําการบํารุงปาหรือปลูกสรางสวนปาใหแทน และกําหนดอัตราคาใชจายใน การบํารุงปาหรือปลูกสรางสวนปา พ.ศ. 2564 ไดกําหนดใหผูรับอนุญาตออกคาใชจายเพื่อใหพนักงานเจาหนาที่ทําการบํารุงปาหรือ ปลูกสรางสวนปาใหแทน โดยคํานวณตามเกณฑวัตถุประสงค เชน เพื่อการทําเหมืองแร ไรละ 1,200 บาท เพื่อสรางศาสนสถาน ไรละ 200 บาท ทั้งนี้ เนื่องจากรางกฎกระทรวงในเรื่องนี้ไดมีการเพิ่มเติมวัตถุประสงคในการขออนุญาต ดังนั้น เมื่อรางกฎกระทรวงมีผลใช ทส. จะดําเนินการปรับปรุงประกาศดังกลาวเพื่อใหสอดคลอง กับรางกฎกระทรวงตอไป 3 ไดรับขอมูลจากการประสานเจาหนาที่กองการอนุญาต กรมปาไม ทส. วา การกําหนดระยะเวลาการอนุญาตตามวัตถุประสงคตาง ๆ ของรางกฎกระทรวง จะพิจารณาใหสอดคลองกับลักษณะของกิจกรรม แนวทางการอนุญาตในเขตปาสงวนแหงชาติและตาม กฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวของ รวมทั้งใบอนุญาตหรือสิทธิที่เกี่ยวของ (อาชญาบัตร ประทานบัตร หรือสิทธิดานปโตรเลียม) เชน (1 ) กิจการปโตรเลียม กําหนดระยะเวลาการอนุญาตใหสอดคลองกับหลักเกณฑตามระเบียบคณะกรรมการพิจารณาการใชประโยชน ในเขตปาสงวนแหงชาติ วาดวยหลักเกณฑ วิธีการ และเงื่อนไข การขออนุญาตและการอนุญาตใหเขาทําประโยชนหรืออยูอาศัยในเขต ปาสงวนแหงชาติ พ.ศ. 2568 ซึ่ง กําหนดระยะเวลาการอนุญาตคราวละไมนอยกวา 5 ป แตไมเกิน 30 ป และไมเกินอายุสัมปทาน ( 2) เพื่อจัดเปนที่พักผอนหยอนใจ กําหนดระยะเวลาการอนุญาตใหสอดคลองกับหลักเกณฑในเขตปาสงวนแหงชาติ ซึ่งตามระเบียบ ดังกลาวไดกําหนดระยะเวลาการอนุญาตคราวละไมนอยกวา 5 ป แตไมเกิน 10 ป ( 3 ) เพื่ออยูอาศัยหรือประกอบอาชีพเกษตรกรรม ซึ่งเปนการอนุญาตเพื่อการจัดที่ดินทํากินใหชุมชนตามนโยบายรัฐบาล หรือตามกฎหมายวาดวยคณะกรรมการนโยบายที่ดินแหงชาติ โดยระเบียบดังกลาวไดกําหนดระยะเวลาการการอนุญาตคราวละไมนอยกวา 5 ป แตไมเกิน 30 ป 7 4 ระเบียบดังกลาวไดกําหนดระยะเวลาการอนุญาต เชน กิจการพลังงานทดแทน กิจการโทรคมนาคม การดําเนินการเกี่ยวกับการ จัดการขยะ การเขาทําประโยชนอื่นที่มีวัตถุประสงคเพื่อการพัฒนาการเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดลอม และความมั่นคง ใหมีกําหนด ระยะเวลาการอนุญาตคราวละไมนอยกวา 5 ปแตไมเกิน 30 ป 3. เรื่อง รางประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การใหใชบังคับผังเมืองรวมเมืองสงขลา พ.ศ. .... คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบรางประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การใหใชบังคับผังเมืองรวมเมือง สงขลา พ.ศ. .... ตามที่กระทรวงมหาดไทยเสนอ และใหดําเนินการตอไปได รวมทั้งใหกระทรวงมหาดไทยรับความเห็น ของกระทรวงคมนาคมและกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอม รวมทั้งขอสังเกตของกระทรวงอุตสาหกรรม ไปพิจารณาดําเนินการตอไปดวยตามที่กระทรวงมหาดไทย (มท.) เสนอ สาระสําคัญของรางประกาศ 1. มท. เสนอวาไดรับรายงานจากกรมโยธาธิการและผังเมืองวาเทศบาลนครสงขลาไดดําเนินการวาง และจัดทําผังเมืองรวมเมืองสงขลา ตามพระราชบัญญัติการผังเมือง พ.ศ. 2518 ซึ่งคณะกรรมการผังเมืองไดประชุม ครั้งที่ 5/2557 เมื่อวันที่ 18 กันยายน 2557 มีมติเห็นชอบเมืองรวมดังกลาว และไดนําผังเมืองรวมไปปดประกาศเปน เวลา 90 วัน เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน 2558 ถึงวันที่ 21 กันยายน 2558 เมื่อครบกําหนดปรากฏวามีผู มีสวนไดเสียยื่น คํารอง จํานวน 4 ฉบับ 24 ราย 5 เรื่อง และไดนําเสนอที่ประชุมคณะกรรมการผังเมือง ครั้งที่ 9/2559 เมื่อวันที่ 17 - 18 กันยายน 2559 เพื่อพิจารณาคํารองของผูมีสวนไดเสีย ซึ่งมีมติใหตามคํารองดานขอกําหนดการใชประโยชนที่ดิน จํานวน 1 เรื่อง และใหยกคํารอง จํานวน 4 เรื่อง 2. ตอมาไดมีการประกาศใชบังคับพระราชบัญญัติการผังเมือง พ.ศ. 2562 โดยมีผลใชบังคับเมื่อ วันที่ 25 พฤศจิกายน 2562 ซึ่งพระราชบัญญัติดังกลาวบัญญัติใหยกเลิกพระราชบัญญัติการผังเมือง พ.ศ. 2518 ทั้งฉบับ และไดแกไขรูปแบบการประกาศใชบังคับกฎหมายในสวนของผังเมืองรวมที่กรมโยธาธิการและผังเมือง เปนผูวางและจัดทําผังขึ้นใหม โดยใหดําเนินการประกาศใชบังคับเปนประกาศกระทรวงมหาดไทย (เดิม ประกาศใชบังคับเปนกฎกระทรวง) ประกอบกับมาตรา 110 แหงพระราชบัญญัติการผังเมืองฯ บัญญัติใหบรรดาผัง เมืองรวมที่อยูระหวางดําเนินการวางและจัดทําตามพระราชบัญญัติการผังเมือง พ.ศ. 2518 และที่แกไขเพิ่มเติมในวัน กอนวันที่พระราชบัญญัติการผังเมือง พ.ศ. 2562 ใชบังคับ การดําเนินการตอไปสําหรับการนั้นใหเปนไปตามที่ คณะกรรมการผังเมืองกําหนด และ ในการประชุมคณะกรรมการผังเมือง ครั้งที่ 3/2564 เมื่อวันที่ 29 ตุลาคม 2564 ไดมีมติเห็นชอบใหผังเมืองรวมที่องคกรปกครองสวนทองถิ่นเปนผูวางและจัดทําผัง ซึ่งคณะกรรมการผัง เมือง (ตามพระราชบัญญัติการผังเมือง พ.ศ. 2518) ไดใหความเห็นชอบแลวและอยูในขั้นตอนการยกรางกฎหมาย ใหดําเนินการออกเปนประกาศกระทรวงมหาดไทยเพื่อใชบังคับตอไป 3. มท. โดยกรมโยธาธิการและผังเมืองจึงไดจัดทํารางประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การให ใชบังคับผังเมืองรวมเมืองสงขลา พ.ศ. ... ตามขั้นตอนที่กําหนดไวในมาตรา 32 วรรคหนึ่ง แหงพระราชบัญญัติการ ผังเมือง พ.ศ. 2562 ที่บัญญัติวา “ เมื่อพนกําหนดระยะเวลาตามมาตรา 29 แลวไมมีผูมีสวนไดเสียผูใดยื่นคํารองตาม มาตรา 30 หรือมีแตคณะกรรมการผังเมืองสั่งยกคํารองดังกลาวหรือเมื่อกรมโยธาธิการและผังเมืองไมมีความเห็นเปน อยางอื่ น ใหกรมโยธาธิการและผังเมืองหรือเจาพนักงานทองถิ่ น แลวแตกรณีดําเนินการเพื่ อออกประกาศ กระทรวงมหาดไทยหรือขอบัญญัติทองถิ่น แลวแตกรณี โดยไมชักชา ในการนี้ ใหกรมโยธาธิการและผังเมืองนํา ประกาศกระทรวงมหาดไทยเสนอต อคณะรั ฐมนตรี โดยตรงเพื ่ อพิ จารณาให ความเห็ นชอบก อน ” ทั้งนี้ ในกระบวนการวางและจัดทําผังเมืองรวมกอนที่จะไดจัดทําเปนรางประกาศกระทรวงมหาดไทยนี้ไดผานการ พิจารณาจากคณะกรรมการผังเมือง ซึ่งประกอบดวย ผูแทนจากหนวยงานที่เกี่ยวของ เชน กระทรวงเกษตรและ สหกรณ กระทรวงคมนาคม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอม กระทรวงอุตสาหกรรม สํานักงานสภา พัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแหงชาติ รวมถึงหนวยงานที่เกี่ยวของในดานโครงสรางพื้นฐานและดานอื่น ๆ ที่เกี่ยวของดวยแลว 4. รางประกาศกระทรวงมหาดไทยตามขอ 3. มี สาระสําคัญเปนการวางและจัดทําผังเมือง ซึ่ง ครอบคลุมพื้นที่ตําบลบอยาง ตําบลเขารูปชาง ตําบลพะวง ตําบลเกาะแตว และตําบลทุงหวัง อําเภอเมืองสงขลา จังหวัดสงขลา เพื่อใชเปนแนวทางในการพัฒนาการดํารงรักษาเมือง และบริเวณที่เกี่ยวของหรือชนบทในดานการใช ประโยชนในที่ดินและบริเวณที่เกี่ยวของหรือชนบทในดานการใชประโยชนในที่ดิน การคมนาคมและการขนสง การ สาธารณูปโภคบริการสาธารณะและสภาพแวดลอม ใหสอดคลองกับการพัฒนาระบบเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ 8 ตาแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแหงชาติ โดยมี แนวทางในการสงเสริมและพัฒนาเมืองสงขลาใหเปนพื้นที่เพื่อการ อยูอาศัยและเกษตรกรรมของจังหวัดสงขลา สงเสริมเศรษฐกิจและอุตสาหกรรม เพื่อพัฒนาใหเปนแหลงจางงาน และอุตสาหกรรมที่ใชทรัพยากรในทองถิ่น จัดระเบียบการใชประโยชนที่ดินในพื้นที่ชุมชน พื้นที่เกษตรกรรมและพื้นที่ อุตสาหกรรมใหมีการพัฒนาอยางสมดุลและยั่งยืน โดยสงเสริมการพัฒนาที่เหมาะสมกับสภาพพื้นที่ และสอดคลองกับ บทบาทหนาที่ของชุมชน และสงเสริมอนุรักษ และฟนฟูศิลปวัฒนธรรมและสภาพแวดลอมที่มีคุณคาทางศาสนา ศิลปกรรม สถาปตยกรรม ประวัติศาสตร และโบราณสถานใหเปนเอกลักษณของชุมชนโดย กําหนดการใชประโยชน ที่ดินโดยแบงออกเปน 2 สวน ดังนี้ 4.1 สวนที่ 1 กําหนดการใชประโยชนที่ดินตามแผนผังกําหนดการใชประโยชนที่ดิน ตามที่ไดจําแนกประเภท จํานวน 11 ประเภท เปนไปตามกฎกระทรวง ฉบับที่ 321 พ.ศ. 2540 (ซึ่งเปนกฎหมายที่ใช บังคับอยูเดิม) โดยรางประกาศกระทรวงมหาดไทยฉบับนี้ยังคงมีการกําหนดประเภทการใชประโยชนที่ดินจํานวน 11 ประเภทเชนเดิม แตมีการเปลี่ยนแปลงการใชประโยชนที่ดินในบางบริเวณ (3 บริเวณ ) โดยสาระสําคัญ ดังนี้ กฎกระทรวง ฉบับที่ 321 พ.ศ. 2540 รางประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่ อง การใหใช บังคับผังเมืองรวมเมืองสงขลา พ.ศ. .... 1. ที่ดินประเภทที่อยูอาศัยหนาแนนนอย (สีเหลือง ) เปนการรองรับการอยูอาศัยที่มีบริเวณตอเนื่องจาก พื ้ นที ่ อยู อาศั ยหนาแน นปานกลาง และพื ้ นที่ พาณิชยกรรมและที่อยูอาศัยหนาแนนมาก เพื่อ รองรับ การขยายตัวของชุมชนจากศูนยกลางหลักดาน การคา การบริการ ซึ่งกําหนดใหสามารถกอสราง อาคารอยูอาศัยได เชน บานเดี่ยว บานแฝด หองแถว ตึกแถว บานแถว แตมีขอจํากัดเรื่องขนาดอาคารตอง ไมใชอาคารขนาดใหญ โดยการใชประโยชนที่ดินมี ขอจํากัดเรื่องใหมีที่วางตามแนวขนานริมฝงตามสภาพ ธรรมชาติ ของริ มชายฝ งทะเล ทะเลสาบสงขลา ลําคลอง หรือแหลงน้ําสาธารณะไมนอยกวา 6 เมตร - ขอหามการใชประโยชนที่ดินที่เปนอุปสรรคตอ การอยูอาศัย เชน หามโรงงานทุกประเภท เวนแต โรงงานที่ประกอบกิจการโดยไมกอใหเกิดเหตุรําคาญ ตามกฎหมายวาดวยการสาธารณสุข คลังวัตถุมีพิษ และคลังวัตถุมีระเบิดตามกฎหมายวัตถุอันตราย คงเดิม - เพิ่มเติมขอหามการใชประโยชนที่ดินที่ เปน อุปสรรคตอการอยูอาศัย เชน คลังน้ํามันเพื่อการ จําหนายการกําจัดมูลฝอย การซื้อขายหรือเก็บวัสดุ โดยในสวนของโรงงานที่กําหนดใหสามารถประกอบ กิจการได เชน การเพาะเชื้อเห็ด กลวยไม หรือถั่วงอก การรอน ลางคัด หรือแยกขนาดหรือคุณภาพของ ผลิตผลเกษตรกรรม การทํายาอัด ยาเสน ยาเสนปรุง หรื อยาเคี ้ ยว เพื ่ อให เป นไปตามที ่ มาตรฐานที่ คณะกรรมการผังเมืองกําหนด 2. ที่ดินประเภทที่อยูอาศัยหนาแนนปานกลาง (สี ส ม) เป นพื ้ นที ่ บริ เวณชุ มชนต อเนื ่ องกั บพื ้ นที่ พาณิชยกรรมและที่อยูอาศัยหนาแนนมาก เพื่อใหเปน ที่อยูอาศัยหนาแนนปานกลางในการรองรับการอยู อาศัยในบริเวณพื้นที่ตอเนื่องกับยานพาณิชยกรรม ซึ่งกําหนดใหสามารถสรางอาคารเพื่อการอยูอาศัย ได ทุกประเภท เชน บานเดี่ ยว บานแฝด หองแถว ตึกแถว บานแถว อาคารชุด หอพัก อาคารอยูอาศัย รวม โดยการใชประโยชนที่ดินมีขอจํากัดเรื่องใหมี ที่วางตามแนวขนานริมฝงตามสภาพธรรมชาติของลํา คลองหรือแหลงน้ําสาธารณะไมนอยกวา 6 เมตร คงเดิม 9 - ขอหามการใชประโยชนที่ดินที่สงผลกระทบตอ บริเวณที่ พักอาศั ยและชุมชน เชน หามโรงงาน ทุ กประเภท เว นแต โรงงานที ่ ประกอบกิ จการ โดยไมกอใหเกิดเหตุรําคาญตามกฎหมายวาดวย การสาธารณสุข คลังวัตถุมีพิษและคลังวัตถุมีระเบิด ตามกฎหมายวัตถุอันตราย - เพิ่ มเติมขอหามการใชประโยชนที่ ดินที่ สงผล กระทบตอบริเวณที่พักอาศัยและชุมชน เชน คลัง น้ํามันเพื่ อการจําหนาย คลังกาซปโตรเลียมเหลว สุสานและฌาปนสถาน การจัดสรรที่ดินเพื่อประกอบ อุตสาหกรรม การกําจัดมูลฝอย การซื้อขายหรือเก็บ เศษวัสดุ สําหรับการใชประโยชนที่ดินเพื่อประกอบ กิจการโรงงาน ที่กําหนดใหดําเนินการได เชน การทํา ลูกกวาดหรือทอฟฟ การทําไอศกรีม โรงงานซอม รองเทาหรือเครื่ องหนัง การลางหรืออัดฉีดยานที่ ขั บเคลื ่ อนด วยเครื ่ องยนต เพื ่ อให เป นไปตามที่ มาตรฐานที่คณะกรรมการผังเมืองกําหนด 3. ที ่ ดิ นประเภทพาณิ ชยกรรมและที่ อยู อาศัย หนาแนนมาก (สีแดง) เปนพื้ นที่ ศูนยกลางดาน พาณิชยกรรมและที่ อยู อาศัยรองรับการประกอบ กิจการทางธุรกิจ การคา การบริการที่ใหบริการแก ประชาชน เชน ตลาด รานคา โรงแรม และกําหนดให เปนที่อยูอาศัยหนาแนนมากเพื่อรองรับกิจการดังกลาว โดยการใชประโยชนที่ดินมีขอจํากัดเรื่องใหมีที่วางตาม แนวขนานริมฝงตามสภาพธรรมชาติของริมชายฝง ทะเลสาบสงขลา ลําคลองหรือแหลงน้ําสาธารณะไม นอยกวา 6 เมตร - ขอหามการใชประโยชนที่ดินที่สงผลกระทบตอ พื้นที่ เชน หามโรงงานทุกประเภท เวนแตโรงงานที่ ประกอบกิจการโดยไมกอใหเกิดเหตุรําคาญตาม กฎหมายวาดวยการสาธารณสุข คลังเชื้อเพลิงเพื่อการ ขายสง ซื้อขายเศษวัสดุ คงเดิม - เพิ่ มเติมขอหามการใชประโยชนที่ ดินที่ สงผล กระทบตอพื้ นที่ เชน คลังน้ํามันเพื่ อการจําหนาย คลังกาซปโตรเลียมเหลว การจัดสรรที่ดินเพื่อประกอบ อุตสาหกรรม การซื้อขายหรือเก็บเศษวัสดุ สําหรับใน สวนของโรงงานที่กําหนดใหสามารถประกอบกิจการ ได เชน โรงงานประกอบกิจการเกี่ยวกับการซอมแซม รองเทาหรือเครื่ องหนัง ซอมเครื่ องมือไฟฟาหรือ เครื่องใชไฟฟา 4. ที่ดินประเภทอุตสาหกรรมและคลังสินคา (สีมวง) เปนพื้ นที่ ใหประกอบอุตสาหกรรมไดทุกชนิดและ ประเภทและการใชประโยชนที่ ดินเพื่ อคลังสินคา ซึ่งกําหนดใหอยูนอกพื้นที่อยูอาศัยที่มีความหนาแนน และสะดวกแกการสาธารณูปโภคและสาธารณูปการ การคมนาคมและขนสง - ขอหามการใชประโยชนที่ดินที่ไมเหมาะสมกับ พื้นที่ ไดแก สถานสงเคราะหหรือรับเลี้ยงเด็กหรือ คนชรา สุสานและฌาปนสถานตามกฎหมายวาดวย สุสานและฌาปนสถาน คงเดิม - เพิ่ มเติมขอหามการใชประโยชน ที่ ดินที่ ไม เหมาะสมกับพื้นที่ เชน การจัดสรรที่ดินเพื่อประกอบ พาณิชยกรรม การจัดสรรที่ดินเพื่อการอยูอาศัย การ อยูอาศัยหรือประกอบพาณิชยกรรมประเภทอาคาร ขนาดใหญ สถานสงเคราะหหรือรับเลี้ยงเด็กสถาน สงเคราะห ผูสูงอายุ สถาบันการศึกษาหรือโรงเรียน 5. ที่ดินประเ ภ ทอุตสาหกรรมเฉพาะกิจ (สีมวงออน) เปนพื้นที่ใหประกอบอุตสาหกรรมเฉพาะกิจในบริเวณ หมายเลข 5.1 และ หมายเลข 5.2 ใหใชประโยชนเพื่อ - เปลี่ยนแปลงการใชประโยชนที่ดิน “หมายเลข 5 2 ” เปน “ บริเวณหมายเลข 7. 5 ” (ที่ดินประเภทที่ 10 อุตสาหกรรมเกี่ยวกับการประมง สถาบันราชการ การ สาธารณูปโภคและสาธารณูปการเปนสวนใหญ สําหรับ การใชพื้นที่เพื่อกิจการอื่นใหใชเพิ่มไดอีกไมเกินรอยละ 10 ของที่ดินประเภทนี้ในแตละบริเวณ - ขอหามการใชประโยชนที่ดินที่ไมเหมาะสมกับ พื ้ นที่ เช น โรงงานทุ กประเภท เว นแต โรงงานที่ ประกอบกิจการเกี่ยวกับอุตสาหกรรมการประมงหรือ โรงงานที่ประกอบกิจการโดยไมเปนมลพิษตอชุมชน หรือสิ่งแวดลอม สถานสงเคราะหหรือรับเลี้ยงเด็กหรือ คนชรา สุสานและฌาปนสถานตามกฎหมายวาดวย สุสานและฌาปนสถาน โลงเพื่อนันทนาการและการรักษาคุณภาพสิ่งแวดลอม) เนื่องจากเทศบาลนครสงขลาไดมีเพื่อพัฒนาพื้นที่ตาม สภาพขอเท็จจริง ปจจุบันมีการใชประโยชนที่ ดิน เป นสวนสาธารณะเฉลิ มพระเกี ยรติ 72 พรรษา มหาราชินี มีขนาดพื้นที่ 5 ไร (สรางเมื่อ ป 2557) - เพิ่มเติมขอหามการใชประโยชนที่ดินที่ไมเหมาะสม กับพื้นที่ เชน คลังน้ํามันเพื่อการจําหนาย คลังวัตถุ ระเบิด โรงแรมตามกฎหมายวาดวยโรงแรม การ จัดสรรที่ดินเพื่อประกอบพาณิชยกรรม การจัดสรร ที่ดินเพื่ออยูอาศัย สถานสงเคราะหผูสูงอายุ สถาน สงเคราะหคนพิการ สถาบันการศึกษาหรือโรงเรียน 6. ที่ดินประเภทชนบทและเกษตรกรรม (สีเขียว) เปนพื้นที่เกษตรกรรม หมายเลข 6.1 ถึงหมายเลข 6.28 ให ยั งคงสภาพชนบทและประกอบอาชีพ เกษตรกรรม เชน ทําไร ทํานา ทําสวน เลี้ ยงสัตว และการสงเสริมเศรษฐกิจการเกษตร โดยการใช ประโยชนที่ดินมีขอจํากัดเรื่องใหมีที่วางตามแนวขนาน ริมฝงตามสภาพธรรมชาติของลําคลองหรือแหลงน้ํา สาธารณะไมนอยกวา 6 เมตร - ขอหามการใชประโยชนที่ดินที่ไมเหมาะสมกับ พื้นที่ เชน จัดสรรที่ดินเพื่อการอยูอาศัย ประกอบการ พาณิชยหรือประกอบอุตสาหกรรม - เปลี่ยนแปลงการใชประโยชนที่ดิน “หมายเลข 6.1” เปน “บริเวณหมายเลข 11. 29 ” (ที่ดินประเภท สถาบันราชการ การสาธารณูปโภคและสาธารณูปการ) เนื่ องจากปจจุบันเปนสถาบันวิจัยสุขภาพสัตวน้ํา ชายฝงสํานักวิจัยและพัฒนาประมงชายฝง กรมประมง ตั้งอยูตําบลพะวง อําเภอเมืองสงขลา จังหวัดสงขลา มีขนาดพื้นที่ 120 ไร - เพิ่มเติมขอหามการใชประโยชนที่ดินที่ไมเหมาะสม กับพื้นที่ เชน คลังน้ํามันเพื่อการจําหนาย คลังกาซ ป โตรเลี ยมเหลว การจั ดสรรที ่ ดิ นเพื ่ อประกอบ อุตสาหกรรม การอยูอาศัยหรือประกอบพาณิชยกรรม ประเภทอาคารขนาดใหญ สําหรับในสวนของโรงงานที่ กําหนดใหสามารถประกอบกิจการได เชน โรงงาน กะเทาะเมล็ดหรือเปลือกเมล็ดพืช การเพาะเชื้อเห็ด กลวยไมหรือถั่วงอก การฆาสัตว การสี ฝด หรือขัดขาว โรงงานทําเชื่อม 7. ที่ดินประเภทที่โลงเพื่อนั นทนาการและการรักษา คุณภาพสิ่งแวดลอม (สีเขียวออน) ใชประโยชนเพื่อ นันทนาการหรือเกี่ยวของกับนันทนาการ การรักษา คุณภาพสิ่งแวดลอมหรือสาธารณประโยชนเทานั้น - เปลี่ยนแปลงการใชประโยชนที่ดิน “หมายเลข 7.17 ” เปน “ บริเวณหมายเลข 11. 38 ” (ที่ดินประเภท ส ถ า บ ั น ร า ช ก า ร ก า ร ส า ธ า ร ณ ู ป โ ภ ค แ ล ะ สาธารณูปการ) เนื่องจากเปลี่ยนแปลงการใชประโยชน ที่ดินตามศักยภาพของพื้นที่ ปจจุบันเปนโรงพยาบาล ธัญญารักษสงขลา ตั้งอยูตําบลเกาะแตว อําเภอเมือง สงขลา จังหวัดสงขลา - เพิ่มเติมขอหามการใชประโยชนที่ดินเอกชนที่ไม เหมาะสมกับพื้นที่ เชน เลี้ยงสัตวเพื่อการคา จัดสรร ที่ดินเพื่อการอยูอาศัย การอยูอาศัยประเภทอาคาร ขนาดใหญ การอยูอาศัย 8. ที่ดินประเภทสถาบันการศึกษา (สีเขียวมะกอก) ที่ดินประเภทที่โลงเพื่อการรักษาคุณภาพสิ่งแวดลอม (สีฟา) ที่ดินประเภทสถาบันศาสนา (สีเทาออน) และ ที่ดินประเภทสถาบันราชการ การสาธารณูปโภค และ สาธารณูปการ (สีน้ําเงิน) คงเดิม 11 4.2 สวนที่ 2 กําหนดการใชประโยชนที่ดินตามแผนผังแสดงโครงการคมนาคมและขนสง เปนไป ตามกฎกระทรวง ฉบับที่ 321 พ.ศ. 2540 (ซึ่งเปนกฎหมายที่ใชบังคับอยูเดิม) โดยรางประกาศกระทรวงมหาดไทย ฉบับนี้ยังคงมีการกําหนดแผนผังแสดงโครงการคมนาคมและขนสงเชนเดิม แตมีพื้นที่ในบางบริเวณที่มีการ เปลี่ยนแปลงแผนผังแสดงโครงการคมนาคมและขนสง ( 11 บริเวณ) ทั้งนี้ เพื่อสงเสริม ปรับปรุง และพัฒนาระบบคมนาคมและขนสงใหมีประสิทธิภาพโดยสามารถ รองรับและสอดคลองกับการขยายตัวของชุมชนในอนาคตซึ่งกําหนดถนนไว 4 ขนาด คือ ถนนแบบ ก ขนาดเขตทาง 16 เมตร จํานวน 17 สาย ถนนแบบ ข ขนาดเขตทาง 20 เมตร จํานวน 23 สาย ถนนแบบ ค ขนาดเขตทาง 30 เมตร จํานวน 8 สาย และถนนแบบ ง ขนาดเขตทาง 40 เมตร จํานวน 1 สาย 5. การดําเนินการวางและจัดทําผังเมืองรวมนี้ ไดดําเนินการตามพระราชบัญญัติการผังเมือง พ.ศ. 2562 โดยไดดําเนินการใหสอดคลองกับกรอบนโยบายของผังนโยบายระดับประเทศ (คณะกรรมการนโยบายการผัง เมืองแหงชาติไดใหความเห็นชอบแลว เมื่อวันที่ 26 มกราคม 2569 ซึ่งในปจจุบันนี้อยูในขั้นตอนการยกรางกฎหมาย) รวมทั้งกรอบนโยบายของผังนโยบายระดับภาคและผังนโยบายระดับจังหวัด ในสวนของผังนโยบายระดับภาคและผัง นโยบายระดับจังหวัดในปจจุบันอยูระหวางการวางและจัดทําผังควบคูกันไป ซึ่งไดมีการวางและจัดทําผังตามกรอบ นโยบายของผังนโยบายระดับประเทศ สําหรับจังหวัดสงขลากําหนดใหอยูในสวนของผังนโยบายระดับภาคใต สรุป ความสอดคลองและเชื่อมโยงกันตามกรอบนโยบายของผังดังกลาวได ดังนี้ 5.1 กรอบนโยบายการพัฒนาพื้นที่ภาคใต ภาคใตเปนเมืองทองเที่ยวคุณภาพชั้นนําระดับ โลกเชื่อมโยงเศรษฐกิจสองคาบสมุทร และแหลงปลูกพืชเศรษฐกิจสําคัญของประเทศไทย ซึ่งภาคใตมีบทบาทเปนเมือง ศูนยกลางธุรกิจทองเที่ยวและบริการ เนื่องจากมีทรัพยากรการทองเที่ยวที่หลากหลายทั้งทองเที่ยวทางทะเลและ ชายฝงธรรมชาติ สุขภาพและประวัติศาสตร พรอมทั้งเปนแหลงปลูกพืชเศรษฐกิจ ไดแก ยางพารา ปาลมน้ํามัน ซึ่ง เปนพืชเศรษฐกิจอันดับ 1 ของประเทศ และเปนเมืองการคาระหวางประเทศที่มีมูลคาการคาชายแดนสูงเปนอันดับ 1 ของประเทศผ านด านการค าชายแดนไทย - มาเลเซีย จึ งได กําหนดกรอบการพั ฒนาภาคใต ได แก 1 ) สงเสริมการพัฒนาเมืองตามลําดับศักดิ์ใหเกิดการพึ่งพากันแบบกลุมเมือง โดยการพัฒนาใหเปนเมืองอัจฉริยะ การ พัฒนาโครงสรางพื้นฐานและพัฒนาระบบคมนาคมขนสงทุกรูปแบบ 2) พัฒนาโครงขายคมนาคมขนสงและโลจิสติกส และเพิ่มการเชื่อมโยงระหวางสองคาบสมุทร 3 ) สงเสริมอุตสาหกรรมอาหารฮาลาลสูตลาดโลก 4 ) เพิ่มศักยภาพและ โอกาสการลงทุนดวยการยกระดับสิ่ งอํานวยความสะดวกในพื้ นที่ เขตเศรษฐกิจพิเศษ 5) สงวนและอนุรักษ ทรัพยากรธรรมชาติอยางยั่งยืน และ 6) จัดใหมีการปองกันและระบบเตือนภัยพิบัติจากธรรมชาติทุกประเภท 5.2 นโยบายในการพัฒนาพื้นพื้นที่จังหวัดสงขลา ไดแก ดานการใชประโยชนพื้นที่การตั้ง ถิ่นฐานและระบบชุมชน การพัฒนาเมืองและชนบท โครงสรางพื้นฐานการจัดการน้ํา โครงสรางพื้นฐานการ สาธารณสุข โครงสรางพื้นฐานการศึกษา โครงสรางพื้นฐานการพลังงาน โครงสรางพื้นฐานการทองเที่ยว โครงสราง พื้นฐานการคมนาคมขนสง โครงสรางพื้นฐานเทคโนโลยีสารสนเทศ ดานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอมและ ระบบนิเวศ ดานศิลปวัฒนธรรมและประวัติศาสตรทองถิ่น การเชื่อมโยงกับประเทศในภูมิภาค ดังนั้น ผังเมืองรวม เมืองสงขลาจึงสอดคลองและเปนไปตามกรอบนโยบายที่ไดดําเนินการวางและจัดทําผังนโยบายระดับประเทศ ผังนโยบายระดับภาค และผังนโยบายระดับจังหวัด ดังที่ไดกลาวไว 12 เศรษฐกิจ - สังคม 4. เรื่อง รับทราบผลการศึกษาการจัดตั้งกองทุนเพื่อการสงเคราะหและฟนฟูผูประสบสาธารณภัย และอนุมัติ หลักการระบบประกันภัยที่จะนํามาใชในการบริหารจัดการความเสียหายจากภัยพิบัติ คณะรัฐมนตรีมีมติรับทราบและเห็นชอบตามที่กระทรวงมหาดไทย (มท.) โดยกรมปองกันและ บรรเทาสาธารณภัย เสนอ ดังนี้ 1. รับทราบผลการศึกษาการจัดตั้งกองทุนเพื่อการสงเคราะหและฟนฟูผูประสบสาธารณภัย 2. เห็นชอบใหทบทวนมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 21 เมษายน 2569 ซึ่งเห็นชอบหลักการ จาก “ ให จัดตั้งกองทุนเพื่อการสงเคราะหและฟนฟูผูประสบสาธารณภัย ” เปน “ จัดใหมีระบบประกันภัยพิบัติแหงชาติ ” 3. เห็นชอบในหลักการใหภาครัฐจัดซื้อประกันภัยใหกับประชาชน โดยมีความคุมครองที่อยูอาศัย ครอบคลุมประมาณ 30 ลานหลังคาเรือน ใน 3 ประเภทภัยไดแก อุทกภัย วาตภัย และแผนดินไหวสําหรับกรณี อุทกภัย ใหจายสวนที่หนึ่ง จํานวน 10,000 บาทตอครั้งตอหลังคาเรือน กรณีวาตภัยหรือแผนดินไหว ใหจายสวนที่ หนึ่ง จํานวน 5 ,000 บาทตอครั้งตอหลังคาเรือน ภายใน 15 วัน และจายเพิ่มเติมตามมูลคาความเสียหายจริง วงเงิน คาสินไหมทดแทนรวมทั้งสิ้นไมเกิน 100,000 บาท ตอครั้งตอหลังคาเรือนและคุมครองการเสียชีวิต โดยจายเงิน ผลประโยชน รายละ 2 ,000,000 บาท ทั้ งนี้ มอบหมายกรมปองกันและบรรเทาสาธารณภัย และสํานักงาน คณะกรรมการกํากับและสงเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย เรงรัดดําเนินการใหแลวเสร็จโดยเร็ว 4. มอบหมายกระทรวงมหาดไทย กระทรวงการคลัง สํานักงานคณะกรรมการกํากับและสงเสริมการ ประกอบธุรกิจประกันภัย และหนวยงานอื่นที่เกี่ยวของ สนับสนุนขอมูลในการจัดใหมีระบบประกันภัยพิบัติแหงชาติ 5. มอบหมายกระทรวงการคลัง และหนวยงานอื่นที่เกี่ยวของ เรงรัดการศึกษาแนวทางการยกเลิก/ แกไข/ปรับปรุง ระเบียบและกฎหมายเพื่อไมใหเกิดความซ้ําซอน ความเรงดวนของเรื่อง คณะรัฐมนตรีมีมติเมื่อวันที่ 21 เมษายน 2569 เห็นชอบในหลักการการจัดตั้งกองทุนเพื่อการ สงเคราะหและฟนฟูผูประสบสาธารณภัยขึ้น และใหกระทรวงมหาดไทย (กรมปองกันและบรรเทาสาธารณภัย) รวมกับกระทรวงการคลัง และหนวยงานที่เกี่ยวของ เรงดําเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายที่เกี่ยวของ เพื่อเสนอ คณะรัฐมนตรีพิจารณาโดยเร็วตอไป คณะรัฐมนตรีมีมติเมื่อวันที่ 25 สิงหาคม 2569 มอบหมายใหรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีวาการ กระทรวงการคลัง (นายเอกนิติ นิติทัณฑประภาศ) เรงรัดใหสํานักงานคณะกรรมการกํากับและสงเสริมการประกอบ ธุรกิจประกันภัยรวมกับกระทรวงมหาดไทย (กรมปองกันและบรรเทาสาธารณภัย) และหนวยงานอื่นที่เกี่ยวของเรง ศึกษาและออกแบบระบบประกันภัยพิบัติที่สามารถนํามาใชในการบริหารจัดการและบรรเทาความเสียหายจากภัย พิบัติใหมีความเหมาะสม และใชเปนเครื่องมือในการใหความชวยเหลือแกผูประสบภัยพิบัติไดอยางรวดเร็ว เหมาะสม และเพียงพอตอไป โดยใหสรุปผลการศึกษาใหครอบคลุม ทั้งหลักเกณฑ รูปแบบ และแนวทางกา